ส่งออก‘ก.ย.’เริ่มโงหัว ประเทศคู่ค้าเริ่มฟื้นหลังซมพิษโควิด


เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2563 นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ แถลงตัวเลขการค้าระหว่างประเทศของไทยเดือนกันยายน 2563

 

นางสาวพิมพ์ชนก ระบุว่า การส่งออกของไทย เดือนกันยายน มีมูลค่า 19,621.32 ล้านเหรียญสหรัฐ ปรับตัวลดลง -3.86% ทั้งนี้ การส่งออกไทยฟื้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ถือเป็นสัญญาณที่ดี เนื่องจากการค้าโลกฟื้นตัวจากการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาการระบาดโควิด-19 รอบสอง และการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 17,391.20 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัว -9.08% ทำให้ดุลการค้าเกินดุล 2,230.12 ล้านเหรียญสหรัฐ

ขณะที่ภาพรวมช่วง 9 เดือนแรกของปี 2563 (มกราคม-กันยายน) การส่งออกมีมูลค่ารวม 172,996.10 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัว -7.33% ส่วนการนำเข้ามีมูลค่ารวม 152,372.41 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัว -14.64% ส่งผลให้ดุลการค้าเกินดุล 20,623.68 ล้านเหรียญสหรัฐ คาดทั้งปีลบเพียง 6-7%

 

“ภาพรวมการค้าระหว่างประเทศของไทยเดือนกันยายน มีการฟื้นตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 โดยเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปภายใต้การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เริ่มควบคุมสถานการณ์ได้ในหลายประเทศ ส่งผลให้เริ่มผ่อนคลายมาตรการปิดสถานที่และควบคุมการเดินทาง ทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจโลกเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวดีขึ้น สอดคล้องกับดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อโลก (Global Manufacturing PMI) ที่ปรับตัวดีขึ้นเหนือระดับ 50 ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และเมื่อพิจารณาอัตราการเติบโตของมูลค่าการส่งออกและนำเข้าของไทย พบว่ามีการหดตัวที่น้อยลงเป็นลำดับ แสดงถึงศักยภาพในการปรับตัวของธุรกิจทั้งฝั่งผู้ส่งออกและผู้นำเข้าสินค้า ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อภาวะเศรษฐกิจไทยเมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา”นางสาวพิมพ์ชนก กล่าว

ทั้งนี้ สินค้าที่ขยายตัวได้ดี ยังเป็นสินค้ากลุ่มเดิมที่เติบโตต่อเนื่อง 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1. สินค้าอาหาร เช่น ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง น้ำมันปาล์ม สุกรสดแช่เย็นแช่แข็ง เครื่องดื่ม สิ่งปรุงรสอาหาร และอาหารสัตว์เลี้ยง 2. สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการทำงานที่บ้าน (Work from Home) และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน ตู้เย็นและตู้แช่แข็ง เครื่องซักผ้า และโซลาร์เซลล์ 3. สินค้าเกี่ยวกับการป้องกันการติดเชื้อและลดการแพร่ระบาด เช่น ถุงมือยาง ซึ่งขยายตัวต่อเนื่องตั้งแต่มีการแพร่ระบาด โดยเฉพาะในประเทศที่มีการแพร่ระบาดสูงอย่างสหรัฐ และสหราชอาณาจักร ขณะที่ผลิตภัณฑ์เภสัชภัณฑ์ เป็นสินค้าที่มีความต้องการสูงสำหรับประเทศที่มีการระบาดรุนแรงในฝั่งเอเชีย โดยเฉพาะเมียนมา

“การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ในหลายประเทศ โดยเฉพาะยุโรปที่กลับมาล็อกดาวน์ในรายพื้นที่อีกครั้ง ซึ่งอาจกระทบกำลังซื้อของประเทศคู่ค้า รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เมียนมาที่การระบาดเข้าขั้นวิกฤติ อาจกลายเป็นอุปสรรคต่อการค้าชายแดนของไทยในระยะสั้นขณะที่ปัจจัยสนับสนุนการส่งออก ได้แก่ห่วงโซ่อุปทานของสินค้ากลับมาดำเนินการได้ตามปกติ การที่ไทยควบคุมการแพร่ระบาดได้ดี ไม่พบการติดเชื้อในประเทศ ทำให้ภาคการผลิตดำเนินการได้ตามปกติรวมทั้งมาตรการกระตุ้นฟื้นฟูเศรษฐกิจของไทยและประเทศคู่ค้า” นางสาวพิมพ์ชนก กล่าว


23/10/2020
97






ข่าวอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

จับตาอียู-ยูเค หลังบรรลุ BREXIT คาดยังเจรจาเพิ่ม ไทยหวังส่งออกโต

สนค.ชี้หลังอียู-ยูเค การบรรลุข้อตกลง BREXIT ได้มีผลไปในทิศทางที่ดี ...

12/01/2021
8

สรท. คาดส่งออกไตรมาส 1/2564 ยังไม่ฟื้น จับตาโควิดระลอกใหม่

สรท. คาดส่งออกไตรมาส 1/2564 ยังไม่ฟื้น จับตาโควิดระลอกใหม่ ...

06/01/2021
22

จับอีกเครื่องใช้ไฟฟ้า-สายไฟฟ้าไม่ได้ มอก. กว่า 100 ล้านบาท คุก 2 ปี

สมอ. เตือนประชาชนซื้อสินค้าให้ดูเครื่องหมายมาตรฐาน หลังไล่ตรวจจับโค้งสุดท้ายปี (เดือนตุลาคม – ...

05/01/2021
19