ดัชนี MPI ธ.ค. เพิ่ม 2.13% เทียบเดือน พ.ย.


นายทองชัย  ชวลิตพิเชฐ  ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนธันวาคม 2562 หดตัวน้อยลงเมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ระดับ 4.35% หากเปรียบเทียบกับเดือนก่อนหน้าดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.13% สาเหตุหลักมาจากสถานการณ์การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.2% หลังจากที่ติดลบมาอย่างต่อเนื่อง และการนำเข้าสินค้าทุนที่ขยายตัว 0.3%  ประกอบกับรัฐบาลได้สร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน ตัวเลขการลงทุนในการประกอบกิจการโรงงานทั้งปี 2562 มีมูลค่าสูงถึง 4.8 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 31.47% ส่งผลให้อุตสาหกรรมสำคัญมีดัชนีผลผลิตปรับตัวดีขึ้น

                สำหรับอุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลให้ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมในเดือนธันวาคมปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า ได้แก่ Hard Disk Drive การผลิตเพิ่มขึ้น 18.56% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการได้รับคำสั่งผลิตเพิ่มขึ้นหลังจากการปิดฐานผลิตที่ประเทศมาเลเซียตั้งแต่ เม.ย. 2562 และความต้องการสินค้าในตลาดที่มีต่อเนื่อง ซึ่งผู้ผลิตได้พัฒนาสินค้าให้มีความจุสูงรองรับข้อมูลที่มีการเติบโตและสอดคล้องกับความต้องการที่หลากหลาย

 

เครื่องปรับอากาศ และชิ้นส่วน การผลิตเพิ่มขึ้น 23.47% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนจากการส่งออกไปกลุ่มประเทศอาเซียนโดยเฉพาะประเทศเวียดนาม อินโดนีเซีย และอินเดียที่มีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น รวมทั้งตลาดในประเทศ  ตามความต้องการสินค้าเครื่องปรับอากาศชนิดอินเวอร์เตอร์ และการขยายตลาดสู่กลุ่มลูกค้าเชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้น

                อาหารทะเลแช่แข็ง การผลิตเพิ่มขึ้น 13.07% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากราคาวัตถุดิบปลาทูน่าปรับตัวลดลงจากปีก่อน อีกทั้งกุ้งในตลาดมีปริมาณมากผู้ผลิตจึงเร่งผลิตและเก็บเป็นสต็อกไว้รอจำหน่ายในช่วงถัดไป

                เครื่องประดับแท้ การผลิตเพิ่มขึ้น 15.16% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากสินค้าจี้ แหวน ต่างหู และกำไล ตามแผนการผลิตที่ปรับตามคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเดือนนี้มีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นทั้งตลาดส่งออก และตลาดในประเทศ

 

                ปุ๋ยเคมี การผลิตเพิ่มขึ้น 77.76% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากเงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่องทำให้การนำเข้าวัตถุดิบมีต้นทุนถูกลงผู้ผลิตมีส่วนต่างกำไรเพิ่มขึ้น จึงเร่งผลิตแล้วเก็บเป็นสต็อกไว้รอจำหน่ายในช่วงถัดไป

ส่วนอุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลให้ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมในเดือนธันวาคมลดลง ได้แก่  รถยนต์ และเครื่องยนต์ ลดลง 19.49% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากสถาบันทางการเงินมีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ และเงินบาทแข็งค่าทำให้การส่งออกลดลง

                น้ำตาล การผลิตลดลง 21.39% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากปีนี้การเปิดหีบล่าช้ากว่าปีก่อน
(ปีก่อนเปิดหีบ 20 พ.ย. ปีนี้ 1 ธ.ค.) ด้วยสภาพอากาศแห้งแล้งไม่เอื้อต่อการปลูกอ้อย ส่งผลให้ค่าความหวานและปริมาณผลผลิตอ้อยลดลง

                น้ำมันปาล์ม ลดลง 31.14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากน้ำมันปาล์มดิบและน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ เนื่องจากผลปาล์มออกสู่ตลาดน้อยจากสภาพอากาศแปรปรวน และผลกระทบจากการรณรงค์เลิกใช้น้ำมันปาล์มเพื่อการบริโภค

                น้ำมันปิโตรเลียมลดลง 3.93% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากโรงกลั่น 1 แห่ง ยังอยู่ระหว่างการหยุดซ่อมบำรุงต่อเนื่องจากเดือนก่อนและเริ่มทำการกลั่นตามปกติในช่วงหลังของเดือน

                สำเร็จรูป (ผ้าทอ) ลดลง 12.34% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากเสื้อผ้าชั้นในสตรีและเด็กหญิง
เป็นหลัก โดยลดลงจากตลาดในประเทศและส่งออก เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจในประเทศและเศรษฐกิจโลกชะลอตัวทำให้ความต้องการสินค้าลดลง รวมทั้งสถานการณ์ค่าเงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่องส่งผลกระทบต่อการส่งออก


30/01/2020
141






ข่าวอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

สศอ.เผย ...

นายทองชัย ชวลิตพิเชฐ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม ...

25/03/2020
8

โควิดฉุด7อุตฯใหญ่ ส่งออกวูบ1.4แสนล.

หน้าแรก / เศรษฐกิจมหภาค / อุตสาหกรรม / โควิดฉุด7อุตฯใหญ่ ส่งออกวูบ1.4แสนล. โควิดฉุด7อุตฯใหญ่ ...

20/03/2020
42

จับเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่มีมาตรฐานมูลค่ากว่า 11 ลบ.

หน้าแรก / เศรษฐกิจมหภาค / อุตสาหกรรม / จับเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่มีมาตรฐานมูลค่ากว่า 11 ...

17/03/2020
30

ก.อุตฯ มุ่งใช้นวัตกรรมเน้นผลิต – ขายได้

กระทรวงอุตสาหกรรม ผลักดันนโยบาย การพัฒนาอุตสาหกรรมไทย นำนวัตกรรม และการตลาดควบคู่ไปในทิศทางเดียวกัน ...

09/03/2020
51