ทุนใหญ่บูมเครื่องใช้ไฟฟ้าพาเหรดติดอาวุธIoT-AI ชิงตลาด7.3หมื่นล.


ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า 7.3 หมื่นล้านคึก แบรนด์ดังพาเหรดขนฟีเจอร์ IoT  AI ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ มั่นใจกำลังซื้อคึกคัก หลังเลือกตั้ง ขณะที่เมกะโปรเจ็กต์ ท่องเที่ยวปลุกมู้ดฟื้น



แม้ปีที่ผ่านมาตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในเมืองไทยจะไม่คึกคักเท่าไรนัก เนื่องมาจากสภาพเศรษฐกิจกำลังซื้อที่ชะลอตัว บวกกับสภาพอากาศที่ผันผวน ส่งผลกระทบไปยังกลุ่มสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าในหลายเซ็กเมนต์ ทั้งเครื่องปรับอากาศและพัดลม แต่เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2562 ผู้ประกอบการหลายรายต่างเชื่อมั่นว่าจะส่งผลดีต่อตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า จากปัจจัยบวกทั้งในเรื่องของการเลือกตั้ง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่เติบโตขึ้น กอปรกับการเข้ามาของกลุ่มสมาร์ทโฮม หรือเทคโนโลยี IoT และ AI ที่ถูกนำมาพัฒนาเข้ากับเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่ทำให้หลายฝ่ายต่างมองว่าน่าจะเป็นสัญญาณที่ดีในการผลักดันให้ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านมูลค่ากว่า 7.3 หมื่นล้านบาท ดีดตัวกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง ส่งผลให้ผู้ประกอบการยักษ์ใหญ่ในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าเมืองไทยต่างทยอยเปิดแผนงานเพื่อรับการเติบโตดังกล่าว



นายนิพนธ์ วงษ์แสงอรุณศรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย)ฯ ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า “แอลจี” เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า นโยบายของแอลจีนับจากนี้จะมุ่งพัฒนาฟีเจอร์ต่างๆ เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตพร้อมตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายให้ดียิ่งขึ้น ขณะที่การเข้ามาของเทคโนโลยีไอที หรือ IoT ทำให้มีผลต่อการแข่งขันของตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าทีวีที่ IoT เข้ามามีผลต่อการสร้างสรรค์นวัตกรรมออกสู่ตลาดในการรองรับความต้องการของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น การเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต, การควบคุมผ่านแอพ พลิเคชันต่างๆ ผ่านมือถือ รวมไปถึงการเชื่อมต่อไว-ไฟ เป็นต้น

“แนวโน้มสินค้าที่นวัตกรรม IoT เข้าไปมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ต้องยอมรับว่าปัจจุบันสินค้ากลุ่มนี้ยังมีจำนวนน้อยอยู่ และส่วนใหญ่อยู่ในตลาดระดับกลาง-บน มากกว่าเมื่อเทียบกับภาพรวมตลาดซึ่งปัจจุบันมีเพียง 3% ที่เป็นสินค้า IoT ในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน จากปีที่ผ่านมาที่มีไม่ถึง1%”

ฟังก์ชันที่ตอบโจกย์ IoT และมีฟีเจอร์ของ AI กลายเป็นโจทย์ที่น่าจับตามอง ซึ่งนอกจากจะโดนใจคนรุ่นใหม่ได้แล้ว ยังสร้างความสะดวกสบาย และลดภาระให้กับผู้ใช้ด้วย โดยนายเฉลิมพงษ์ ดรงค์สุวรรณ รองประธานธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวแสดงความคิดเห็นว่า ระบบ IoT กลายเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ตัดสินใจเลือกซื้อมากขึ้น โดยจะเห็นตัวอย่างได้จากผลการสำรวจของ Price Waterhouse Coopers ที่ได้ระบุไว้ชัดเจนว่า สำหรับประเทศไทย เทรนด์ ของตลาดสมาร์ทโฮมกำลังค่อยๆ เข้ามาจับลูกค้าที่เป็นชนชั้นกลางที่มีรายได้และมีกำลังซื้อ ล่าสุดบริษัทจึงได้พัฒนาสินค้ากลุ่มสมาร์ทโฮมทั้ง ตู้เย็น ทีวี เครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้า บุกตลาด และเพื่อปลุกกระแสสมาร์ทโฮม ให้สอดคล้องกับการใช้งานในยุคนี้ นอกจากนี้พร้อมเพิ่มงบการตลาดอีก 10% จากปีที่แล้ว พร้อมจัดแคมเปญส่งเสริมการขาย และโปรโมชัน และการสื่อสารการตลาดทั้งแบบออนไลน์ และออฟไลน์ อีกทั้งกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย



 

“บริษัทพัฒนาแพลตฟอร์มไอโอทีที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่ออุปกรณ์อัจฉริยะทั้งหมดให้สามารถสื่อสารกันได้ ทั้งอุปกรณ์ของซัมซุงเองและอุปกรณ์ของพันธมิตร อื่นๆ ในอนาคต ขณะที่เทคโนโลยี 5G จะเข้ามาช่วยให้ทุกการเชื่อมต่อผ่านอินเตอร์เน็ต เร็ว แรง และไม่สะดุด รวมทั้งเทคโนโลยีเอไอ การสั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะอย่าง บิ๊กซ์บี้ (Bixby) การสั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะในกลุ่มทีวี ตู้เย็น แอร์ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่บริษัทนำเข้ามาผสมผสานกับสินค้าในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า”

ขณะที่แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าจากเกาหลีมุ่งชูฟีเจอร์ตอบโจทย์ IoT และ AI แต่ดูเหมือนคู่แข่งที่เป็นแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าจากญี่ปุ่น อย่าง “มิตซูบิชิ” จะยังคงมุ่งไปที่การสร้างแบรนด์ และบริการหลังการขายเป็นหลัก ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งสำคัญคือการทำหลังบ้านให้มีความพร้อม ทั้งการวางระบบบริการที่เข้าถึง รวดเร็ว และมีสาขากระจายอยู่ทั่วประเทศ ขณะเดียวกันก็นำระบบแอพพลิเคชัน เข้ามาช่วยเก็บข้อมูล เพื่อให้เข้าถึงความต้องการของลูกค้า ส่วนเรื่องของการพัฒนาสินค้าด้วยอินโนเวชันและการพัฒนาต่อเนื่อง ทำให้เทคโนโลยีของญี่ปุ่นมีความลํ้าสมัย ตรงกับกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียม ซึ่งเป็นฐานสำคัญของมิตซูบิชิอยู่แล้ว



ในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า แบรนด์จีนอย่าง “ไฮเออร์” ก็มีบทบาทมากขึ้น เพราะวันนี้ไฮเออร์ ไม่ได้เป็นแค่แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าจากจีนที่มุ่งเจาะลูกค้าในกลุ่มแมสอีกต่อไป ด้วยนวัตกรรมที่มาแรง และการสร้างแบรนด์ผนวกโพสิชันนิ่งทำให้วันนี้เป้าหมายสำคัญของไฮเออร์ คือการก้าวสู่แบรนด์ระดับไฮเอนด์ ทั้งในกลุ่มเครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้า ตู้เย็นฯลฯ และดูเหมือนการวางรากฐานแบรนด์ในช่วงที่ผ่านมา จะเดินถูกทางเพราะสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้า และได้รับการยอมรับมากขึ้น ส่งผลให้มีการเติบโตต่อเนื่องทุกปี แบรนด์จากจีนรายนี้ จึงบอกได้เลยว่าไม่ธรรมดา

ทิศทางตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีมูลค่ากว่า 7.3 หมื่นล้านบาทนี้ คาดว่าจะเติบโต 4-5% ยังเป็นเค้กก้อนใหญ่ที่หอมหวน ชวนให้ผู้เล่นแต่ละแบรนด์ต้องทุ่มสุดตัว โดยเฉพาะในตลาดพรีเมียมที่ล้วนมีกำลังซื้อสูง  กระเป๋าหนัก และคลั่งไฮเทคโนโลยี

หน้า 32 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3,438 ระหว่างวันที่ 27-30 มกราคม 2562




30/01/2019
136

ก.อุตฯ เร่งแก้ปัญหาแผงโซลาร์เซลล์

ก.อุตฯ หนุนจัดการขยะพลังงานอย่างเป็นระบบ ชูแนวคิดตั้งโรงงานรียูสและรีไซเคิลซากแผงโซลาร์เซลล์ ...

09/04/2019
8

พาณิชย์ดึงยูนนานเชื่อมการค้าไทย-จีน

พาณิชย์ต่อยอดความร่วมมือไทย-ยูนนาน ชูจุดเด่นด้านยุทธศาสตร์ หนุนเพิ่มการค้าไทย-จีน สู่เป้าหมาย ...

31/03/2019
20

ค้าไทย-จีนโต8.7%มูลค่า8หมื่นล้านเหรียญ

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเปิดเผยในงานสัมมนา“ชี้ช่องโอกาส ...

29/03/2019
22

ยอดเปิดโรงงาน-ขยายกิจการพุ่ง ไตรมาสแรกเงินลงทุนทะลุ1.25แสนล้าน

นายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงผลการประกอบกิจการและขยายกิจการในช่วงไตรมาสแรกของปี ...

25/03/2019
21

Copyright © 2016 Electrical and Electronics Institute. All Rights Reserved