บีโอไอเผยผลสำรวจความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติในไทยปี 60 นักลงทุนร้อยละ 35.7 มีแผนจะขยายการลงทุนเพิ่มในไทย และอีกร้อยละ 62.5 ยังเดินหน้าลงทุนในไทยตามแผนเดิม ชู 3 ปัจจัยหลักตัดสินใจลงทุน ความพร้อมด้านอุตสาหกรรมสนับสนุน โครงสร้างพื้นฐาน และสิทธิประโยช


นางสาวบงกช อนุโรจน์ ที่ปรึกษาด้านการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยถึงผลการสำรวจความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติในประเทศไทยประจำปี 2560  จาก 600 บริษัทที่ตอบแบบสอบถาม พบว่า นักลงทุนต่างชาติมีความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย  โดยนักลงทุนต่างชาติร้อยละ 35.7 มีแผนที่จะขยายการลงทุนในประเทศไทย ซึ่งมีสัดส่วนสูงกว่าการสำรวจปี 2559 และ 2558 ที่มีสัดส่วนนักลงทุนที่ต้องการขยายการลงทุนอยู่ที่ร้อยละ 32.5 และ 25.2 ตามลำดับ ขณะเดียวกันนักลงทุนอีกร้อยละ 62.5 จะเดินหน้าลงทุนในไทยตามแผนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ส่วนนักลงทุนที่มีแผนปรับการลงทุนตามสภาวะธุรกิจมีสัดส่วนเพียงร้อยละ 1.5 เท่านั้น

สำหรับปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนวางแผนจะขยายการลงทุน รวมทั้งยังคงเดินหน้าลงทุนในประเทศไทยตามแผนเดิม พบว่า ปัจจัยสำคัญ 3 ลำดับแรก คือ การมีซัพพลายเออร์ที่เพียงพอ ร้อยละ 50.9 ตามด้วยการมีโครงสร้างพื้นฐานที่เพียงพอร้อยละ 50.6 และมีสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่จูงใจให้เกิดการลงทุนในประเทศไทยร้อยละ 49.2

“ปัจจัยด้านอุตสาหกรรมสนับสนุนทั้งการมีซัพพลายเออร์ที่เพียงพอ และการมีผู้ผลิตชิ้นส่วนและวัตถุดิบที่เพียงพอ ถือเป็นจุดแข็งของประเทศไทย ขณะที่ปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐานส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเร่งผลักดันโครงการลงทุนขั้นพื้นฐานของรัฐบาล และปัจจัยด้านสิทธิประโยชน์ทางภาษีนั้นมาจากมาตรการส่งเสริมการลงทุนใหม่ ๆ ของบีโอไอ” นางสาวบงกช กล่าว

นอกจากนี้ การสำรวจยังสอบถามถึงความพึงพอใจต่อบริการของบีโอไอ พบว่า นักลงทุนส่วนใหญ่พึงพอใจต่อบริการที่ได้รับจากศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน และบริการจากศูนย์ประสานการบริการด้านการลงทุน หรือ  OSOS มากที่สุด ขณะที่สิ่งที่นักลงทุนต้องการให้รัฐบาลเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อเสริมสร้างบรรยากาศการลงทุนให้ดีขึ้น ได้แก่ ควรยกเลิกใบอนุญาตหรือกระบวนการต่าง ๆ ที่ไม่จำเป็น ปรับปรุงระบบการศึกษาและการฝึกอบรมให้ตรงกับความต้องการของภาคธุรกิจ เป็นต้น

สำหรับผลสำรวจที่มาจากการสัมภาษณ์เชิงลึกรายบริษัทจาก 25 บริษัท พบว่า นักลงทุนต่างชาติในประเทศไทยแสดงความเห็นด้วยกับนโยบายและมาตรการทางเศรษฐกิจของภาครัฐ และคาดหวังว่านโยบายและมาตรการต่าง ๆ จะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจให้ดีขึ้น นอกจากนี้ นักลงทุนต่างชาติยังเห็นว่า รัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐสามารถให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น จากการนำระบบบริการออนไลน์มาใช้และบริการแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว หรือ One Stop Services ทำให้นักลงทุนได้รับความสะดวกสบายและลดต้นทุนในด้านเวลาและการเดินทาง.-สำนักข่าวไทย   




29/06/2017
625

สมอ.เตรียมคุมเข้มร้านค้าออนไลน์

สมอ.ระบุอีก 1 เดือนจะหารือร้านค้าออนไลน์รายใหญ่ทั้งไทยและต่างประเทศ ...

11/01/2018
21

คาดดัชนีผลผลิตอุตฯ ปีนี้ขยายตัวร้อยละ 1.5-2.5

ก.อุตสาหกรรมคาดดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมปี 61 ขยายตัวร้อยละ 1.5 - 2.5 เผย 10 ...

10/01/2018
22

ดัชนีผลิตอุตสาหกรรม พ.ย.สูงสุดในรอบ 8 เดือน

สศอ.เผยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนพฤศจิกายนอยู่ที่ 116.83 ขยายตัวสูงสุดในรอบ 8 เดือน ลุ้นปี 61 ...

29/12/2017
24

รมว.อุตฯ สั่ง สมอ.กำหนดมาตรฐานสินค้าเอสเอ็มอี

รมว.อุตฯ สั่ง สมอ.สร้างมาตรฐานสินค้าเอสเอ็มอี เพื่อสร้างความมั่นใจผู้บริโภค ...

25/12/2017
29

Copyright © 2016 Electrical and Electronics Institute. All Rights Reserved