อาเซียน                                        เป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งอาเซียน เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2510

ชื่อเต็ม                                สาธารณรัฐสิงคโปร์ (Republic of Singapore)

ที่ตั้ง                                   ที่ตั้งตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ของสิงคโปร์ คือ 136.8 กม. เหนือเส้นศูนย์สูตร โดยตั้งอยู่ระหว่าง เส้นแวงที่ 103 องศา 38 ลิปดาตะวันออก กับเส้นแวงที่ 104 องศา 06 ลิปดาตะวันออก สิงคโปร์ ประกอบด้วยเกาะใหญ่เกาะน้อยบริเวณรายรอบรวม 63 เกาะ เกาะที่ใหญ่ที่สุดคือ เกาะ Singapore

พื้นที่                                  710 ตารางกิโลเมตร

ภูมิประเทศ                           สิงคโปร์ประกอบด้วยเกาะหลักหนึ่งเกาะ และเกาะขนาดจิ๋วล้อมรอบอีก 62 เกาะ เกาะหลักมีเนื้อที่ พื้นดินรวม 682 ตารางกิโลเมตร และด้วยสภาพภูมิประเทศที่ตั้งติดฝั่งทะเลทั้ง 3 ด้าน ซึ่งอยู่ตรงกลางสี่แยกของโลก ทำเลอันยอดเยี่ยมนี้ส่งผลความได้เปรียบมีส่วนผลักดันให้สิงคโปร์เติบโต จนกลายเป็นศูนย์กลางทางการค้า การสื่อสาร และการท่องเที่ยวที่สำคัญของโลก

 อาณาเขตติดต่อ                    ทิศเหนือ ติดกับรัฐยะโฮร์ มาเลเซีย (Johor Bahru)

ทิศตะวันออก ติดทะเลจีนใต้

ทิศตะวันตก ติดมาเลเซียและช่องแคบมะละกา

ทิศใต้ ติดช่องแคบมะละกา ใกล้กับเกาะเรียล (Riau) ของอินโดนีเซีย

ภูมิอากาศ                           สิงคโปร์อยู่ในเขตมรสุมทำให้มีอากาศอบอุ่นเกือบตลอดปี มีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ ประมาณ 25-32 องศาเซลเซียส แบ่งเป็น 4 ฤดู คือ

1. ฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ (North-East Monsoon Season) ระหว่างเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ เป็นช่วงอากาศหนาว อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 23-26 องศาเซลเซียส โดยอากาศจะเย็นที่สุดในเดือนธันวาคม มีอุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 20 องศาเซลเซียส ช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์จะมีฝนหนักและลมแรงจากอิทธิพลของมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ

2. ฤดูก่อนมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ (Pre South-West Monsoon) ระหว่างเดือนมีนาคม-พฤษภาคม เป็นช่วงอากาศร้อน อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 31-34 องศาเซลเซียส อากาศจะร้อนที่สุดในเดือนพฤษภาคม มีอุณหภูมิสูงสุดราว 36 องศาเซลเซียส

3. ฤดูมรสุม ตะวันตกเฉียงใต้ (South-West Monsoon Season) ระหว่างเดือนมิถุนายน-กันยายน มีฝนตกหนักและลมแรงจากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้

4. ฤดูก่อนมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ (Pre North-East Monsoon) ระหว่างเดือนตุลาคม-ธันวาคม เป็นช่วงที่มีอากาศอบอุ่น และไม่มีฝนมาก

เมืองหลวง                           ประเทศสิงคโปร์ไม่มีเมืองหลวงอย่างเป็นทางการ โดยใช้พื้นที่ทั้งประเทศเป็นเมืองหลวงเนื่องจากเป็นประเทศที่เป็นเกาะขนาดเล็ก ตั้งอยู่บริเวณปลายแหลมมาลายู มีเนื้อที่เพียง 697 ตารางกิโลเมตร ประชากรราว 5.31 ล้านคน สิงคโปร์ถึงแม้จะไม่มีทรัพยากรอะไรเลย แต่ก็นับได้ว่าเป็นประเทศที่มีความเจริญเป็นอย่างมาก โดยเป็นศูนย์ทางด้านเศรษฐกิจ การเงิน และการลงทุนของภูมิภาค และถึงแม้จะเป็นประเทศขนาดเล็ก แต่ก็มีบริษัทต่างชาติมาตั้งสำนักงานจำนวนมากมาย มีสนามบินและระบบขนส่งภายในประเทศที่ทันสมัยที่สุดในภูมิภาค ประชากรมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีรายได้สูง มีแหล่งท่องเที่ยวมีเป็นจุดดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกมากมาย

เวลา                                  เร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง

ประชากร                           ประมาณ 5.661 ล้านคน (ก.พ.2019)

ภาษา                                 ใช้ 4 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ จีน มลายู และทมิฬ โดยมีภาษามาเลย์ เป็นภาษาราชการ รองลงมาคือจีนกลาง และส่งเสริมให้พูดได้ 2 ภาษาคือ จีนกลาง และให้ใช้อังกฤษเพื่อติดต่องานและชีวิตประจำวัน

สกุลเงิน                              ดอลลาร์สิงคโปร์ (SGD) อัตราแลกเปลี่ยน 1 THB = 0.043 SGD (พ.ค. 2019)

เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ    293,889 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ม.ค.2019)


ตาราง มูลค่าการค้ารวมของสิงคโปร์

การค้า

มูลค่า (ล้านเหรียญสหรัฐฯ)

อัตราการขยายตัว (%)

2016

2017

2018

% Change

2017/2016

% Change

2018/2017

การค้ารวม

630,252

701,170

782,265

11.25

11.57

การส่งออก

338,222

373,367

411,760

10.39

10.28

การนำเข้า

292,030

327,803

370,505

12.25

13.03

ที่มา: Global Trade  Atlas


 

ในปี 2018 สิงคโปร์มีมูลค่าการค้าระหว่างประเทศรวม 782,265 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยแบ่งออกเป็นมูลค่าการส่งออกเท่ากับ 411,760 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้าส่งออก ได้แก่ เครื่องจักร เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ และเชื้อเพลิงที่ได้จากแร่ น้ำมันแร่ เป็นต้น ตลาดส่งออกหลักที่สำคัญ อาทิ ตลาดจีน ฮ่องกง และมาเลเซีย เป็นต้น ด้านการนำเข้าคิดเป็นมูลค่า 370,505 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้า เชื้อเพลิงที่ได้จากแร่ น้ำมันแร่ และเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ เป็นต้น โดยมีจีน มาเลเซีย และสหรัฐอเมริกา เป็นแหล่งนำเข้าที่สำคัญ

 


Untitled Document

เศรษฐกิจของประเทศสิงคโปร์

สิงคโปร์จัดเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วประเทศเดียวในภูมิภาคเอเชีย โดยเป็นประเทศที่มีขนาดเล็กเป็นอันดับที่ 192 จาก 263 ประเทศในโลก สิงคโปร์เป็นประเทศเล็กๆ ทำให้มีทรัพยากรธรรมชาติไม่มากนัก แต่เศรษฐกิจของสิงคโปร์กลับเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง ด้วยความได้เปรียบเรื่องที่ตั้งของประเทศ ทำให้สิงคโปร์กลายเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียน นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังเป็นเมืองท่าที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลกอีกด้วย

นโยบายด้านเศรษฐกิจของสิงคโปร์จะเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจด้านการค้า โดยเป็นประเทศพ่อค้าคนกลางในการขายสินค้าเป็นท่าเรือขนส่งสินค้าปลอดภาษี ทำให้สินค้าที่ผ่านทางสิงคโปร์มีราคาถูก ปัจจุบันสิงคโปร์มีท่าเรือน้ำลึกขนาดใหญ่และทันสมัยที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง และยังได้เข้าไปลงทุนในต่างประเทศโดยเฉพาะในประเทศไทย ลาว เวียดนาม กัมพูชา และพม่า สิงคโปร์มีประชากรน้อยจึงต้องพึ่งพาแรงงานจากต่างชาติในทุกระดับ

 

นโยบายเศรษฐกิจ

นโยบายการพัฒนาประเทศในปี 2562 เน้นการสร้างความแข็งแกร่งและความเป็นอันเหนึ่งอันเดียวกันในสิงคโปร์ การส่งเสริมและพัฒนาเยาวชน การดูแลผู้สูงอายุ และการสร้างโอกาสให้แก่ชาวสิงคโปร์ รวมถึงการพัฒนาสิ่งแวดล้อมและที่อยู่อาศัยเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีแบบยั่งยืน พร้อมด้านความมั่นคง และการเชื่อมโยงสิงคโปร์กับนานาประเทศ โดยจะวางเป้าหมายของการเป็น “Asia 10สำหรับบริษัทข้ามชาติทั่วโลกที่ต้องการขยายธุรกิจไปสู่ตลาดที่กำลังเติบโตในภูมิภาคเอเชีย และจะเปิดตัวโปรแกรม Scale-up SG เพื่อการส่งเสริมบริษัทสิงคโปร์ที่มีการเติบโตสูงในด้านนวัตกรรม เพื่อขยายธุรกิจออกไปสู่ตลาดต่างประเทศ และสร้างโครงการนำร่อง Innovation Agents Programme สำหรับให้บริการคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อสร้างโอกาสให้แก่บริษัทสิงคโปร์ ทั้งนี้การลดเพดานอัตราส่วนแรงงานต่างชาติภาคบริการจาก 40% เป็น 30% จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2563 และจะปรับลดลงเหลือ 35% ในวันที่ 1 มกราคม 2564 และอัตราส่วนของแรงงานต่างชาติที่ถือบัตร S pass ของภาคบริการจะลดลงจาก 15% เป็น 13% ในปี 2563 และลดลงเหลือ 10% ในปี 2564

มีการจัดตั้งโครงการ SkillsFuture Training Subsidy เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs สิงคโปร์ในทุกอุตสาหกรรม ให้มีการพัฒนาทักษะของพนักงานเพื่อผลผลิตที่เพิ่มขึ้น และจะปรับปรุงมาตรการต่างๆ เช่น การลดค่าใช้จ่าย และลดความซับซ้อนของกระบวนการออกใบอนุญาต เพื่อช่วยเหลือ SMEs

แผนงบประมาณประจำปี 2562 สิงคโปร์ประกาศงบขาดดุลพื้นฐาน 7.1 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ และคาดว่าจะมีการขาดดุล 3.5 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ หรือ 0.7% ของ GDP สิงคโปร์

 


ตาราง ประเทศคู่ค้าสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของสิงคโปร์ 10 อันดับแรก ปี 2018

สิงคโปร์ส่งออกไปยังประเทศคู่ค้า 10 อันดับแรก

ปี 2018

ประเทศ

มูลค่า

(ล้านเหรียญสหรัฐ)

ส่วนแบ่งตลาด (%)

+/- (%)

1.ฮ่องกง

34,881

23.38

5.10

2.จีน

17,927

12.01

-17.16

3.มาเลเซีย

17,075

11.44

10.86

4.สหรัฐอเมริกา

10,897

7.30

7.34

5.ไต้หวัน

10,064

6.74

6.90

6.อินโดนีเซีย

7,542

5.05

8.75

7.ญี่ปุ่น

7,001

4.69

-1.94

8.ไทย

6,501

4.36

7.44

9.เกาหลีใต้

6,072

4.07

-11.27

10.อินเดีย

4,609

3.09

15.44

ที่มา: Global Trade  Atlas

การส่งออกชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของสิงคโปร์ ปี 2018 สิงคโปร์ส่งออกไปยังฮ่องกงมากเป็นอันดับ 1 โดยมีมูลค่า 34,881 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 23.38 โดยมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 5.10 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่สิงคโปร์ส่งออกไปยังฮ่องกง เช่น วงจรรวมและ        ไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ และไดโอด ทรานซิสเตอร์และอุปกรณ์กึ่งตัวนำ และ เป็นต้น อันดับ 2 คือ จีน สิงคโปร์ส่งออกไปยังจีน มูลค่า 17,927 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 12.01 โดยมีอัตราการหดตัวร้อยละ 17.16 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่สิงคโปร์ส่งออกไปยังจีน เช่น วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ และเทปแม่เหล็กและจานแม่เหล็ก,แผ่น CD สำหรับบันทึกเสียง,ภาพ เป็นต้น และอันดับ 3 คือ มาเลเซีย สิงคโปร์ส่งออกไปยังมาเลเซีย มูลค่า 17,075 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 11.44 โดยมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 10.86 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่สิงคโปร์ส่งออกไปยังมาเลเซีย เช่น วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) ไดโอด ทรานซิสเตอร์และอุปกรณ์กึ่งตัวนำ และMobile Telephone เป็นต้น ในขณะที่สิงคโปร์ส่งออกสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไปยังไทยมากเป็นอันดับที่ 8 โดยมีมูลค่า 6,501 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 4.36 โดยมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 7.44 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่สิงคโปร์ส่งออกไปยังไทย เช่น วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) เทปแม่เหล็กและจานแม่เหล็ก,แผ่น CD สำหรับบันทึกเสียง,ภาพ และอุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นต้น



ตาราง ประเทศคู่ค้าสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของสิงคโปร์ 10 อันดับแรก ปี 2018

สิงคโปร์นำเข้าจากประเทศคู่ค้า 10 อันดับแรก

ปี 2018

ประเทศ

มูลค่า

(ล้านเหรียญสหรัฐ)

ส่วนแบ่งตลาด (%)

+/- (%)

1.จีน

28,235

23.57

7.73

2.ไต้หวัน

25,856

21.59

17.86

3.มาเลเซีย

18,388

15.35

8.19

4.เกาหลีใต้

8,499

7.10

-23.34

5.ญี่ปุ่น

7,511

6.27

20.57

6.ฟิลิปปินส์

6,724

5.61

29.39

7.สหรัฐอเมริกา

5,578

4.66

2.01

8.อินโดนีเซีย

3,540

2.96

12.64

9.ไทย

3,436

2.87

3.37

10.เยอรมนี

2,272

1.90

8.15

ที่มา: Global Trade  Atlas

จากตาราง ประเทศคู่ค้าสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของสิงคโปร์ 10 อันดับแรก ปี 2018 พบว่า สิงคโปร์นำเข้าชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากจีนมากเป็นอันดับ 1 มูลค่า 28,235 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 23.57 โดยมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 7.73 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่สิงคโปร์นำเข้าจากจีน เช่น วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ และ Mobile Telephone เป็นต้น อันดับ 2 คือ ไต้หวัน สิงคโปร์นำเข้าชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากไต้หวัน มูลค่า 25,856 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 21.59 โดยมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 17.86 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่สิงคโปร์นำเข้าจากไต้หวัน เช่น วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ และไดโอด ทรานซิสเตอร์และอุปกรณ์กึ่งตัวนำ เป็นต้น และอันดับ 3 คือ มาเลเซีย สิงคโปร์นำเข้าชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากมาเลเซีย มูลค่า 18,388 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 15.35 โดยมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 8.19 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่สิงคโปร์นำเข้าจากมาเลเซีย เช่น วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ และไดโอด ทรานซิสเตอร์และอุปกรณ์กึ่งตัวนำ เป็นต้น ในขณะที่ไทยเป็นประเทศอันดับ 9 ที่สิงคโปร์นำเข้าสินค้า โดยมีมูลค่า 3,436 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 2.87 โดยมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 3.37 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่สิงคโปร์นำเข้าจากไทย เช่น วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ และเครื่องปรับอากาศ เป็นต้น 


ตาราง มูลค่าการส่งออกรายผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 10 อันดับแรกที่ไทยส่งออกไปยังสิงคโปร์

 

ผลิตภัณฑ์

มูลค่า

(ล้านเหรียญสหรัฐฯ)

อัตราการขยายตัว (%)

2016

2017

2018

2017

2018

1.วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit)

673.79

702.91

791.91

4.32

12.66

2.อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์

395.6

401.85

224.71

1.58

-44.08

3.เครื่องปรับอากาศ

220.93

188.03

204.47

-14.89

8.74

4.แผงสวิตซ์และแผงควบคุมกระแสไฟฟ้า

76.54

83.06

79.06

8.52

-4.82

5.ไดโอด ทรานซิสเตอร์ กลอุปกรณ์กึ่งตัวนํา

38.21

47.29

72.96

23.76

54.28

6.เครื่องอุปกรณ์สําหรับป้องกันวงจรไฟฟ้า

50.81

80.01

69.17

57.47

-13.55

7.เทปแม่เหล็กและจานแม่เหล็ก, แผ่น CD สำหรับบันทึกเสียง ภาพ

67.12

44.43

68.93

-33.81

55.14

8.เครื่องพิมพ์ เครื่องทำสำเนา และส่วนประกอบ

46.46

53.01

61.39

14.10

15.81

9.ตลับลูกปืนเครื่องอิเล็กทรอนิกส์

49.35

52.64

53.46

6.67

1.56

10.เครื่องคอมเพรสเซอร์ของเครื่องทำความเย็น

37.01

41.43

50.83

11.94

22.69

รวมมูลค่าส่งออกทั้งหมด

2,224.50

2,300.33

2,290.71

3.41

-0.42

ที่มา: Global Trade  Atlas

 

จากตารางมูลค่าการส่งออกรายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทยไปยังสิงคโปร์ 10  อันดับแรก แสดงให้เห็นว่าปี 2018 ไทยส่งออกสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไปยังสิงคโปร์ คิดเป็นมูลค่าส่งออกทั้งหมด 2,290.71 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีอัตราการหดตัวเล็กน้อยร้อยละ 0.42 โดยสินค้าส่งออกอันดับ 1 ได้แก่ วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) มีมูลค่าการส่งออก 791.91 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 12.66 สินค้าส่งออกอันดับ 2 ได้แก่ อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ มีมูลค่าการส่งออก 224.71 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราการหดตัวร้อยละ 44.08 และสินค้าส่งออกอันดับ 3 ได้แก่ เครื่องปรับอากาศ มีมูลค่าการส่งออก 204.47 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 8.74 ซึ่งลักษณะการส่งออกของไทยไปสิงคโปร์เป็นการส่งออกชิ้นส่วนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเพิ่มมูลค่าสินค้าต่อไป


ตาราง มูลค่าการนำเข้ารายผลิตภัณฑ์ของไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 10 อันดับแรกที่ไทยนำเข้าจากสิงคโปร์

 

ผลิตภัณฑ์

มูลค่า

(ล้านเหรียญสหรัฐฯ)

อัตราการขยายตัว (%)

2016

2017

2018

2017

2018

1.เทปแม่เหล็กและจานแม่เหล็ก, แผ่น CD สำหรับบันทึกเสียง ภาพ

891.70

927.47

1,206.46

4.01

30.08

2.วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit)

804.33

855.23

744.26

6.33

-12.98

3.อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์

212.30

209.54

163.56

-1.30

-21.94

4.ตัวเก็บประจุไฟฟ้า(Capacitor), ตัวต้านทานไฟฟ้า

35.77

36.35

46.23

1.62

27.18

5.เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับตัดต่อป้องกันวงจรไฟฟ้า

43.96

55.96

40.82

27.30

-27.06

6.ไดโอด ทรานซิสเตอร์ กลอุปกรณ์กึ่งตัวนํา และส่วนประกอบ

32.09

39.15

38.13

22.00

-2.61

7.เครื่องคอมเพรสเซอร์ของเครื่องทำความเย็น และส่วนประกอบ

41.10

36.67

28.91

-10.78

-21.16

8.แผงสวิตซ์และแผงควบคุมกระแสไฟฟ้า

26.68

33.78

28.47

26.61

-15.72

9.เครื่องกำเนิดไฟฟ้า

23.38

26.21

23.40

12.10

-10.72

10.เครื่องพิมพ์ เครื่องทำสำเนา และส่วนประกอบ

13.70

15.50

18.79

13.14

21.23

รวมมูลค่านำเข้าทั้งหมด

2,322.43

2,412.25

2,502.68

3.87

3.75

ที่มา: Global Trade  Atlas

 

จากตารางมูลค่าการนำเข้ารายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทยจากสิงคโปร์ 10 อันดับแรก แสดงให้เห็นว่าปี 2018 ไทยนำเข้าสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากสิงคโปร์ คิดเป็นมูลค่านำเข้าทั้งหมด 2,502.68 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีอัตราการขยายตัวร้อยละ 3.75 โดยสินค้านำเข้าอันดับ 1 ได้แก่ เทปแม่เหล็กและจานแม่เหล็ก, แผ่น CD สำหรับบันทึกเสียง ภาพ โดยมีมูลค่าการนำเข้า 1,206.46 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 30.08 อันดับ 2 ได้แก่ วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) โดยมีมูลค่าการนำเข้า 744.26 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราการหดตัวร้อยละ 12.98 และสินค้าที่ไทยนำเข้าจากสิงคโปร์มากเป็นอันดับ 3 ได้แก่ อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยมีมูลค่า 163.56 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราการหดตัวร้อยละ 21.94 ซึ่งลักษณะการนำเข้าสินค้าชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทยจากสิงคโปร์ จะเป็นการนำเข้าเพื่อผลิตและประกอบต่อในไทย เนื่องจากไทยยังคงเป็นฐานการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญของอาเซียน                    


Untitled Document

การวิเคราะห์สภาวะแวดล้อม (SWOT) ของสิงคโปร์

จุดแข็ง (Strengths)

o      เป็นประเทศที่ประชากรมีรายได้สูงและมีกำลังซื้อมาก มีรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปีสูงที่สุดในอาเซียนและสูงเป็นลำดับที่ 9 ของโลกมีรายได้ต่อหัวของประชากรมากกว่า 52,000 เหรียญสหรัฐต่อปี

o      เป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุน และการเงินระหว่างประเทศ มีการประกอบธุรกิจลักษณะ Trading Hub ซึ่งเป็นแหล่งกระจายสินค้าไปทั่วโลก

o      แรงงานมีทักษะสูง และมีความเชี่ยวชาญด้านการจัดการทรัพยากรบุคคลและธุรกิจเป็นศูนย์กลางการเดินเรือและการบินพาณิชย์ มีระบบ Logistic และ Supply Chain ที่มีประสิทธิภาพ และมีความพร้อมด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ

o      มีนโยบายการค้าเสรี โดยมีกฎหมายและนโยบายส่งเสริมการลงทุนที่เอื้อประโยชน์ต่อนักลงทุนจากต่างประเทศ นักลงทุนต่างชาติสามารถลงทุนในสิงคโปร์ได้ร้อยละ 100 (ยกเว้นกิจการด้านการกระจายเสียง หนังสือพิมพ์ ธุรกิจด้านกฎหมาย และการประกอบอาชีพทนายความ ธุรกิจการบิน และกิจการบางสาขาที่เกี่ยวข้องกับกิจการวิสาหกิจของรัฐ) และไม่มีการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเกือบทุกประเภท (ยกเว้นสินค้า 4 รายการ ได้แก่ เครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์ บุหรี่และยาสูบ น้ำมันปิโตรเลียม และรถยนต์/จักรยานยนต์)

จุดอ่อน (Weaknesses)

o      ตลาดการบริโภคในประเทศมีขนาดเล็ก มีประชากรเพียง 5.4 ล้านคน ทำให้ความต้องการสินค้าเพื่อการบริโภคอย่างแท้จริง จากไทยจำกัดเพียงไม่กี่รายการเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในหมวดอาหารและมีการแข่งขันสูง

o      มีทรัพยากรจำกัดต้องพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบ และขาดแคลนแรงงานระดับล่าง

o      มีอัตราค่าครองชีพสูง ทำให้ค่าใช้จ่ายในการประกอบการธุรกิจสูงตามไปด้วย

โอกาส (Opportunities)

o      เป็นแหล่งส่งออกเพื่อการ Re-export ของไทย จากการประกอบธุรกิจในลักษณะ Trading Hub ของสิงคโปร์

o      สิงคโปร์มีนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจให้มีการเติบโตอย่างยั่งยืน เป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจ ส่งเสริมนวัตกรรมใหม่ๆ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการ ตลอดจนเสริมสร้างความหลากหลายให้กับทั้งภาคการผลิตและภาคบริการ

o      นโยบาย Regionalization ของสิงคโปร์จะเพิ่มโอกาสการค้าและการลงทุนกับประเทศในเอเชีย

o      เป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลางสำหรับการทดสอบตลาด ก่อนที่จะขยายตลาดไปยังสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป

อุปสรรค (Threats)

o      ทุกประเทศสามารถทำการค้าและการลงทุนกับสิงคโปร์ได้ โดยได้รับเงื่อนไขและสิทธิ

o      ประโยชน์ที่เท่าเทียมกัน ทำให้เป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงโดยเฉพาะกับประเทศคู่ค้าสำคัญๆ อาทิ มาเลเซียจีน อินโดนีเซีย และอินเดีย เป็นต้น

o      มีมาตรฐานสินค้าและกฎระเบียบด้านความปลอดภัยของสินค้าสูง อาทิ มาตรฐานด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช และมาตรฐานด้านเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น


การลงทุนของสิงคโปร์

ในปัจจุบัน สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางการค้าและการลงทุนที่สำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออก แม้ว่ายังมีข้อจำกัดการลงทุนในบางสาขา เช่น สื่อสารมวลชน บริการด้านกฎหมาย และธนาคารรายย่อย ทั้งนี้ เพื่อกระตุ้นการลงทุนของภาคเอกชนสิงคโปร์ ทั้งในและต่างประเทศ รัฐบาลสิงคโปร์ได้ออกมาตรการจูงใจด้านต่างๆ ทั้งมาตรการด้านภาษีและที่มิใช่ภาษี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้บริษัทของสิงคโปร์ขยายฐานการผลิตในภูมิภาคและในโลก รวมทั้งเพิ่มการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ตลอดจนส่งเสริมการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ทั้งนี้ ภาคอุตสาหกรรมที่เข้มแข็งของสิงคโปร์ ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์ บริการการเงิน อุปกรณ์ในการขุดเจาะน้ำมัน การกลั่นปิโตรเลียม การผลิตยา อาหารแปรรูปและเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ยาง และอู่ซ่อมเรือ

 

ตาราง มูลค่าการลงทุนจากต่างชาติของสิงคโปร์

Foreign Direct Investment

2015

2016

2017

FDI inflows (Millions of dollars)

62,746

77,454

62,006

FDI outflows (Millions of dollars)

31,123

27,922

24,682

FDI inward stock (Millions of dollars)

978,411

1,096,320

1,284,929

FDI outward stock (Millions of dollars)

625,259

682,404

841,402











ที่มา: UNCTAD, 2018

 

ในปี 2017 ที่ผ่านมา สิงคโปร์มีการลงทุนจากต่างชาติ มูลค่า 62,006 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และออกไปลงทุนในต่างประเทศ 24,682 ล้านเหรียญสหรัฐฯ


มาตรการด้านภาษี

สิงคโปร์ได้นำระบบการจำแนกพิกัดอัตราภาษีศุลกากร ปี 2561 ((Singapore Trade Classification,

Customs and Excise Duties (STCCED) 2018) มาใช้แทน STCCED 2012 โดย STCCED 2018 ได้นำระบบ

The ASEAN Harmonized Tariff Nomenclature (AHTN) 2017) มาใช้ในระบบดังกล่าวด้วย

สำหรับระบบ AHTN 2017 ได้รับการพัฒนาร่วมกันจากประเทศสมาชิกอาเซียน โดยมีพื้นฐานในการนำ the 6-digit Harmonized Commodity Description และ Coding System Nomenclature (HS) ของ World Customs Organization (WTO) และ The 233 sets of 2017 amendments to the HS Nomenclature มาใช้ในระบบดังกล่าว

พิกัดศุลกากรระบบฮาร์โมไนซ์ (HS Codes) ในระบบ AHTN 2017 เป็นการใช้ตัวเลข 8 หลัก (the 8-digit

level) สำหรับประเทศสมาชิกอาเซียน โดย AHTN 2017 เป็นการอำนวยความสะดวกการค้าระหว่างประเทศ

สมาชิกอาเซียน เพื่อการจำแนกประเภทสินค้าได้ถูกต้องและเป็นระบบเดียวกัน ทั้งนี้ ระบบดังกล่าวถือเป็น

สัญลักษณ์ที่สำคัญของความร่วมมือด้านเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียน

สำหรับภาษีในการทำธุรกิจในสิงคโปร์ แบ่งเป็น 5 ประเภท คือ

1. ภาษีศุลกากร 0% (ยกเว้นเบียร์ $16 ต่อลิตรแอลกอฮอล์)

2. ภาษี GST (Good & Service Tax) 7% และจะเปลี่ยนเป็นร้อยละ 9 ในปี 2564

3. ภาษีสรรพสามิต: บุหรี่ แอลกอฮอล์ รถยนต์ น้ำมันปิโตรเลียม

4. ภาษีเงินได้นิติบุคคล 0-17%

5. ภาษีรายได้บุคคลธรรมดา 0-20%

อย่างไรก็ตาม ภาษีสินค้าและบริการ (Goods and Services Tax: GST) มีอัตราร้อยละ 7 สำหรับการนำเข้าสินค้าและการผลิตภายในประเทศ และร้อยละ 0 สำหรับการส่งออกสินค้าและการให้บริการระหว่างประเทศ โดยมีข้อยกเว้นสำหรับบริการบางสาขา ได้แก่ บริการการเงิน การขาย/เช่าซื้อสินทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยรวมถึงทองและโลหะมีค่า

 

มาตรการที่มิใช่ภาษี

1. การห้ามนำเข้า

สินค้าที่ถูกห้ามนำเข้าส่วนใหญ่เนื่องมาจากเหตุผลด้านสุขภาพ ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมหรือเป็นรายการสินค้าที่เข้าข่ายความตกลงระหว่างประเทศอื่นๆ รายการสินค้าดังกล่าว เช่น หมากฝรั่ง (ยกเว้นด้วยวัตถุประสงค์ทางการแพทย์) รถยนต์ใช้แล้วที่มีอายุมากกว่า 3 ปี (ยกเว้นรถยนต์โบราณและรถคลาสสิก) รวมถึงอาวุธ และวัสดุที่เกี่ยวข้อง

 

 

2. การขออนุญาตนำเข้า

สินค้าที่ต้องขออนุญาตนำเข้าแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ แบบอัตโนมัติ (automatic licensing) และแบบไม่อัตโนมัติ (non-automatic licensing) โดยนำมาใช้กับสินค้านำเข้าจากทุกประเทศ ตัวย่างสินค้าที่เข้าข่ายการขออนุญาตนำเข้าแบบอัตโนมัติ เช่น ผลไม้และผักสด พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช อาหารแปรรูป ปลาและผลิตภัณฑ์ปลา ผลิตภัณฑ์ยาสูบ ฯลฯ ส่วนสินค้าที่เข้าข่ายการขออนุญาตนำเข้าแบบไม่อัตโนมัติ เช่น เนื้อสัตว์ พืชและสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ สัตว์มีชีวิต (รวมถึงปลาสวยงาม สุกร โค กระบือ) ไข่ไก่ นมผง ข้าว ฯลฯ

สำหรับการขอใบอนุญาตนำเข้าข้าว อยู่ภายใต้กฎหมายควบคุมราคา (The Price Control Act and the Price Control (Rice) Order 1990) โดยมีหน่วยงานที่ออกใบอนุญาต คือ International Enterprise Singapore (IE Singapore) ประกอบด้วย ใบอนุญาตนำเข้าข้าวประเภทต่างๆ ได้แก่

- Stockpile license สำหรับการนำเข้าข้าวเพื่อจำหน่ายสำหรับการบริโภคภายในประเทศ โดยมีเงื่อนไขว่าผู้นำเข้าต้องเก็บรักษาข้าวไว้ในปริมาณเท่ากับปริมาณการนำเข้าข้าว 2 เดือน (ปริมาณนำเข้าข้าวรายเดือนขั้นต่ำ คือ 50 ตัน) และต้องเก็บข้าวไว้ในโกดังที่รัฐบาลกำหนด ส่วนข้าวปริมาณที่เหลือสามารถขายโดยตรงให้แก่ผู้ค้าส่งจดทะเบียน นอกจากนี้ ผู้นำเข้าต้องชดเชยสต๊อกข้าวด้วยข้าวล็อตใหม่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ข้าวที่เก็บในสต๊อกไม่มีอายุนานเกินกว่า 1 ปี

- Non-stockpile rice license สำหรับการนำเข้าข้าวเหนียว ข้าวกล้อง ข้าวแดง และข้าวป่า

- ใบอนุญาตนำเข้าข้าวเพื่อการส่งออกต่อ (re-export license) โดยต้องเก็บรักษาข้าวไว้ในเขตปลอดภาษี        (free-trade zone: FTZ)

- ใบอนุญาตสำหรับผู้ผลิต (manufacturer license) สำหรับการนำเข้าข้าวหัก 100% ของผู้ผลิต

เพื่อใช้ในการผลิตเท่านั้น และไม่สามารถนำมาจำหน่ายภายในประเทศ

- ใบอนุญาตค้าส่ง (wholesale license) โดยผู้ได้รับใบอนุญาตอาจไม่ต้องนำเข้าข้าวเอง แต่เป็นผู้ทำการค้าส่งข้าวทุกประเภท

ทั้งนี้ ค่าธรรมเนียมในการขอใบอนุญาตนำเข้าข้าวทุกประเภท คือ 50 เหรียญสิงคโปร์ โดยสามารถยื่นผ่านทางออนไลน์ ใช้เวลาดำเนินการภายใน 3 วัน

 

มาตรการเยียวยาทางการค้า

(1) มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน (Anti-dumping and countervailing measures)

ปัจจุบัน สิงคโปร์ไม่ได้ใช้มาตรการดังกล่าวกับประเทศใด ทั้งนี้ มาตรการที่ใช้ล่าสุดได้สิ้นสุดลงในปี 2546 โดยมีกฎหมายที่กำกับดูแล คือ The Countervailing and Anti-Dumping Duties Act

(2) มาตรการปกป้องจากการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น (Safeguards)

ปัจจุบัน สิงคโปร์ยังไม่มีกฎหมายที่กำกับดูแลมาตรการนี้ ทั้งยังไม่มีแผนที่จะออกกฎหมายดังกล่าว


กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก http://www.dft.go.th

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก http://www.ditp.go.th

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก http://www.dtn.go.th

Global Trade Atlas.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก http://www.gtis.com/gta

ศูนย์ข้อมูลข่าวสารอาเซียน กรมประชาสัมพันธ์.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก http://www.aseanthai.net

ศูนย์ข้อมูลเชิงลึกอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (EIU).(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก  eiu.thaieei.com