สาธารณรัฐตุรกีนั้นมุ่งเน้นการบริโภคภายในประเทศและส่งเสริมการส่งออกเป็นหลัก ซึ่งภาครัฐสาธารณรัฐตุรกีมีโครงการสนับสนุนการลงทุน (The Investment Encouragement Programme) ที่ช่วยผ่อนปรนภาษีนำเข้า ทำให้ผู้ประกอบการสามารถนำเข้าวัตถุดิบบางชนิดได้ในอัตราภาษีที่ต่ำลงหรือไม่ต้องเสียภาษี และยังให้การสนับสนุนการลงทุนของภาคเอกชนและนักลงทุนต่างชาติผ่านสิทธิประโยชน์ต่างๆ

          ในปี 2018 สาธารณรัฐตุรกี มีมูลค่าการค้าระหว่างประเทศรวม 390,930 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยแบ่งออกเป็นมูลค่าการส่งออกเท่ากับ 167,979 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีสินค้าส่งออกหลัก ได้แก่ ยานบกนอกจากรถที่เดินบนรางรถไฟหรือรางรถราง เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ และ เหล็กและเหล็กกล้า เป็นต้น ตลาดส่งออกหลักที่สำคัญ คือ เยอรมนี สหราชอาณาจักร และอิตาลี เป็นต้น ด้านการนำเข้าคิดเป็นมูลค่า 222,951 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้านำเข้าหลัก ได้แก่ เชื้อเพลิงที่ได้จากแร่ น้ำมันแร่ได้จากการกลั่นสาร เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ และ เหล็กและเหล็กกล้า โดยมีรัสเซีย จีน เยอรมนี เป็นแหล่งนำเข้าที่สำคัญ

ตาราง มูลค่าการค้ารวมของสาธารณรัฐตุรกี

การค้า

มูลค่า (ล้านเหรียญสหรัฐฯ)

อัตราการขยายตัว (%)

2016

2017

2018

% Change

2017/2016

% Change

2018/2017

การค้ารวม

341,001

391,370

390,930

14.77

-0.11

การส่งออก

142,468

157,115

167,979

10.28

6.91

การนำเข้า

198,533

234,255

222,951

17.99

-4.83

  ที่มา: Global Trade  Atlas รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์โดยฝ่ายยุทธศาสตร์อุตสาหกรรม สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์


ข้อมูลพื้นฐาน

พื้นที่                        783,562 ตารางกิโลเมตร (รวมทะเลและเกาะ)

อาณาเขต                  ส่วนหนึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปยุโรป (ร้อยละ 3) อีกส่วนหนึ่งอยู่ใน
                              เอเชียตะวันตก ทิศเหนือติดทะเลดำ ทิศตะวันออกติดประเทศจอร์เจียและประเทศ
                              อาร์เมเนีย ทิศใต้ติดประเทศอิรัก ประเทศซีเรีย และทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทิศ
                              ตะวันตกเฉียงเหนือจดประเทศบัลแกเรียและประเทศกรีซ

เมืองหลวง                 อังการา (Ankara)

ประชากร                  78.66 ล้านคน

ภาษาราชการ              เตอร์กิช

ศาสนา                     อิสลาม (ร้อยละ 99) คริสต์ ยิว (ร้อยละ 1)

ระบอบการปกครอง      สาธารณรัฐแบบรัฐสภา โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุขและมีนายกรัฐมนตรีเป็น
                              หัวหน้าคณะรัฐบาล

สกุลเงิน                              ลีราตุรกี (1 ลีราตุรกี ประมาณ 5.82 บาท ณ วันที่ 18 มีนาคม 2562)

ทรัพยากรธรรมชาติ      ถ่านหิน แร่เหล็ก ทองแดง โครเมียม พลวง ปรอท ทอง แร่แบไรท์


ข้อมูลทางเศรษฐกิจ

          สาธารณรัฐตุรกีเป็นประเทศที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ เนื่องจากที่ตั้งของประเทศเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่สามารถเป็นจุดกระจายสินค้าไปยัง EU กลุ่มประเทศบอลข่าน CIS ตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือได้ พร้อมทั้งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญจากทะเลแคสเปียนและภูมิภาคเอเชีย และเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่สำคัญของรัสเซียอีกด้วย

ตาราง เครื่องชี้วัดเศรษฐกิจสาธารณรัฐตุรกี

Recent Economic Indicators

2017

2018

2019F

GDP (US$bn) (current prices)

791.23

833.86

882.91

GDP Per Capita (US$)

9,969

10,402

10,908

Real GDP Growth (% change YOY)

3.43

3.50

3.50

Inflation (% change YOY)

8.8

7.2

6.9

Unemployment Rate (%)

11.4

11

-

ที่มา: กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ

จากตาราง แสดงให้เห็นถึงเครื่องชี้วัดเศรษฐกิจสาธารณรัฐตุรกี โดยในปี 2018 ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) มีมูลค่า 833.86 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ มีรายได้รวมต่อหัวประชากร (GDP Per Capita) มูลค่า 10,402 เหรียญสหรัฐฯ อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (Economic Growth ) คิดเป็นร้อยละ 3.5 มาจากการบริโภค การลงทุน และการส่งออก โดยสาธารณรัฐตุรกีมีอัตราเงินเฟ้อ (Inflation) ร้อยละ 7.2 และมีอัตราการว่างงาน (Unemployment Rate) ร้อยละ 11


ตาราง มูลค่าการนำเข้ารายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทยจากสาธารณรัฐตุรกี 10 อันดับแรก

 

ผลิตภัณฑ์

มูลค่า (ล้านเหรียญสหรัฐฯ)

อัตราการขยายตัว (%)

2016

2017

2018

2017

2018

1.สายไฟฟ้า ชุดสายไฟ

3.06

17.67

4.49

477.45

-74.59

2.เครื่องคอมเพรสเซอร์ของเครื่องทำความเย็น

0.03

0.03

4.25

0

14,066.67

3.ตัวเหนี่ยวนำ

0.02

7.52

4.04

37,500.00

-46.28

4.เครื่องกำเนิดไฟฟ้า

0.5

0.84

3.09

68.00

267.86

5.เครื่องซักผ้า

1.15

1.45

2.58

26.09

77.93

6.แผงสวิตซ์และแผงควบคุมกระแสไฟฟ้า

1.22

0.76

2.01

-37.70

164.47

7.ตู้เย็น

0.62

0.71

1.79

14.52

152.11

8.หม้อแปลงไฟฟ้าขนาดเล็ก

0.74

1.15

1.5

55.41

30.43

9.เครื่องอุปกรณ์สําหรับป้องกันวงจรไฟฟ้าและส่วนประกอบ

0.82

0.86

0.8

4.88

-6.98

10.หม้อแปลงไฟฟ้า

1.13

0.96

0.76

-15.04

-20.83

รวมมูลค่านำเข้าทั้งหมด

16.21

39.5

32.23

143.68

-18.41

ที่มา:ศูนย์ข้อมูลเชิงลึกอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (E&E Intelligence Unit: EIU) สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

จากตารางมูลค่าการนำเข้ารายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทยจากสาธารณรัฐตุรกี 10 อันดับแรก แสดงให้เห็นว่า ในปี 2018 ไทยนำเข้าสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากสาธารณรัฐตุรกี คิดเป็นมูลค่า 32.23 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีอัตราการหดตัวร้อยละ 18.41 โดยสินค้านำเข้าอันดับ 1 ได้แก่ สายไฟฟ้า ชุดสายไฟ โดยมีมูลค่าการนำเข้า 4.49 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราการหดตัวร้อยละ 74.59 อันดับ 2 ได้แก่ เครื่องคอมเพรสเซอร์ของเครื่องทำความเย็น โดยมีมูลค่าการนำเข้า 4.25 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 14,066.67 สินค้าที่ไทยนำเข้าจากสาธารณรัฐตุรกีมากเป็นอันดับ 3 ได้แก่ ตัวเหนี่ยวนำ โดยมีมูลค่า 4.04 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราการหดตัวร้อยละ 46.28 ซึ่งลักษณะการนำเข้าสินค้าชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทยจากสาธารณรัฐตุรกีจะเป็นการนำเข้าเพื่อผลิตและประกอบต่อในไทย เนื่องจากไทยยังคงเป็นฐานการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญของอาเซียน

ตาราง มูลค่าการส่งออกรายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทยไปสาธารณรัฐตุรกี 10 อันดับแรก

ผลิตภัณฑ์

มูลค่า (ล้านเหรียญสหรัฐฯ)

อัตราการขยายตัว (%)

2016

2017

2018

2017

2018

1.เครื่องปรับอากาศ

110.83

113

103.55

1.96

-8.36

2.ตู้เย็น

43.63

63.51

38.39

45.56

-39.55

3.แผงสวิตซ์และแผงควบคุมกระแสไฟฟ้า

11.89

15.06

18.36

26.66

21.91

4.ส่วนประกอบและอุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์

14.78

23.01

15.87

55.68

-31.03

5.มอเตอร์ไฟฟ้า

5.04

8.91

11.85

76.79

33.00

6.ส่วนประกอบเครื่องปรับอากาศ

5.44

11.82

9.79

117.28

-17.17

7.วงจรพิมพ์ (Printed Circuit)

3.9

6.69

7.63

71.54

14.05

8.เครื่องซักผ้า

1.5

0.68

7.39

-54.67

986.76

9.เทปแม่เหล็กและจานแม่เหล็ก,แผ่น CD

2.02

5.44

6.11

169.31

12.32

10.โซล่าร์เซลล์

29.92

59.35

3.57

98.36

-93.98

รวมมูลค่าส่งออกทั้งหมด

264.21

359.58

255.63

36.10

-28.91

ที่มา: ศูนย์ข้อมูลเชิงลึกอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (E&E Intelligence Unit: EIU) สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

จากตารางมูลค่าการส่งออกรายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทยไปสาธารณรัฐตุรกี 10 อันดับแรก แสดงให้เห็นว่า ในปี 2018 ไทยส่งออกสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไปยังสาธารณรัฐตุรกีคิดเป็นมูลค่า 255.63 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีอัตราการหดตัวร้อยละ 28.91 โดยสินค้าส่งออกอันดับ 1 ได้แก่ เครื่องปรับอากาศ มีมูลค่าการส่งออก 103.55 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราการหดตัวร้อยละ 8.36 สินค้าส่งออกอันดับ 2 ได้แก่ ตู้เย็น มีมูลค่าการส่งออก 38.39 มีอัตราการหดตัวร้อยละ 39.55 สินค้าส่งออกอันดับ 3 ได้แก่ แผงสวิตซ์และแผงควบคุมกระแสไฟฟ้า มีมูลค่าการส่งออก 18.36 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 21.91 

ตาราง ประเทศคู่ค้าสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของสาธารณรัฐตุรกี 10 อันดับแรก ปี 2018

สาธารณรัฐตุรกี นำเข้าจากประเทศคู่ค้า 10 อันดับแรก

 ปี 2018

สาธารณรัฐตุรกี ส่งออกไปยังประเทศคู่ค้า 10 อันดับแรก

ปี 2018

ประเทศ

มูลค่า

(ล้านเหรียญสหรัฐ)

ส่วนแบ่งตลาด (%)

+/- (%)

ประเทศ

มูลค่า

(ล้านเหรียญสหรัฐ)

ส่วนแบ่งตลาด (%)

+/- (%)

1.จีน

7,347

34.57

-19.45

1.สหราชอาณาจักร

1,836

13.47

15.73

2.เยอรมนี

1,825

8.59

-16.50

2.เยอรมนี

1,344

9.85

-4.49

3.เวียดนาม

1,116

5.25

-50.09

3.ฝรั่งเศส

1,039

7.62

19.06

4.ญี่ปุ่น

863

4.06

11.56

4.อิตาลี

691

5.07

12.49

5.สหรัฐอเมริกา

788

3.71

4.95

5.สเปน

495

3.63

25.67

6.อิตาลี

786

3.70

-14.80

6.อิรัก

429

3.15

1.73

7.เกาหลีใต้

744

3.50

-19.78

7.สหรัฐอเมริกา

357

2.62

15.81

8.สาธารณรัฐเช็ก

729

3.43

-1.87

8.โปแลนด์

338

2.48

15.48

9.ฝรั่งเศส

694

3.26

-5.62

9.อิสราเอล

289

2.12

-4.32

10.ไต้หวัน

548

2.58

-34.62

10.เนเธอร์แลนด์

264

1.94

16.27

ไทย (12)

397

1.87

-57.92

ไทย (66)

37

0.27

43.21

ที่มา: Global Trade  Atlas รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์โดยฝ่ายยุทธศาสตร์อุตสาหกรรม สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

จากตาราง ประเทศคู่ค้าสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของสาธารณรัฐตุรกี 10 อันดับแรก ปี 2018พบว่า สาธารณรัฐตุรกีนำเข้าชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากจีนมากเป็นอันดับ 1 มีมูลค่า 7,347 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 34.57 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่สาธารณรัฐตุรกีนำเข้าจากจีน เช่น Mobile Telephone เครื่องคอมพิวเตอร์ ครบชุด,Notebook,palm และอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการส่งหรือการรับ เปลี่ยนเสียง ภาพ เป็นต้น อันดับ 2 คือ เยอรมนี สาธารณรัฐตุรกีนำเข้าชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากเยอรมนีมูลค่า 1,825 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 8.59 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่สาธารณรัฐตุรกีนำเข้าจากเยอรมนี เช่น เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้า สำหรับตัดต่อป้องกันวงจรไฟฟ้า ไดโอด ทรานซิสเตอร์และอุปกรณ์กึ่งตัวนำ และ Power supply PC เป็นต้น อันดับ 3 คือ เวียดนาม สาธารณรัฐตุรกีนำเข้าชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากเวียดนามมูลค่า 1,116 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 5.25 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่สาธารณรัฐตุรกีนำเข้าจากเวียดนาม เช่น Mobile Telephone ส่วนประกอบเครื่องรับโทรทัศน์(สายอากาศ,ตู้วิทยุหรือโทรทัศน์) และเครื่องคอมพิวเตอร์ ครบชุด,Notebook,palm เป็นต้น ในขณะที่ไทยเป็นประเทศอันดับ 12 ที่สาธารณรัฐตุรกีนำเข้าสินค้า โดยมีมูลค่า 397 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 1.87 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่สาธารณรัฐตุรกีนำเข้าจากไทย เช่น เครื่องปรับอากาศ ส่วนประกอบเครื่องปรับอากาศ และอุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นต้น



ตาราง ประเทศคู่ค้าสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของสาธารณรัฐตุรกี 10 อันดับแรก ปี 2018

สาธารณรัฐตุรกี นำเข้าจากประเทศคู่ค้า 10 อันดับแรก

 ปี 2018

สาธารณรัฐตุรกี ส่งออกไปยังประเทศคู่ค้า 10 อันดับแรก

ปี 2018

ประเทศ

มูลค่า

(ล้านเหรียญสหรัฐ)

ส่วนแบ่งตลาด (%)

+/- (%)

ประเทศ

มูลค่า

(ล้านเหรียญสหรัฐ)

ส่วนแบ่งตลาด (%)

+/- (%)

1.จีน

7,347

34.57

-19.45

1.สหราชอาณาจักร

1,836

13.47

15.73

2.เยอรมนี

1,825

8.59

-16.50

2.เยอรมนี

1,344

9.85

-4.49

3.เวียดนาม

1,116

5.25

-50.09

3.ฝรั่งเศส

1,039

7.62

19.06

4.ญี่ปุ่น

863

4.06

11.56

4.อิตาลี

691

5.07

12.49

5.สหรัฐอเมริกา

788

3.71

4.95

5.สเปน

495

3.63

25.67

6.อิตาลี

786

3.70

-14.80

6.อิรัก

429

3.15

1.73

7.เกาหลีใต้

744

3.50

-19.78

7.สหรัฐอเมริกา

357

2.62

15.81

8.สาธารณรัฐเช็ก

729

3.43

-1.87

8.โปแลนด์

338

2.48

15.48

9.ฝรั่งเศส

694

3.26

-5.62

9.อิสราเอล

289

2.12

-4.32

10.ไต้หวัน

548

2.58

-34.62

10.เนเธอร์แลนด์

264

1.94

16.27

ไทย (12)

397

1.87

-57.92

ไทย (66)

37

0.27

43.21

ที่มา: Global Trade  Atlas รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์โดยฝ่ายยุทธศาสตร์อุตสาหกรรม สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

การส่งออกชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของสาธารณรัฐตุรกี ในปี 2018 สาธารณรัฐตุรกีส่งออกไปยังสหราชอาณาจักรมากเป็นอันดับ 1 โดยมีมูลค่า 1,836 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 13.47 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่สาธารณรัฐตุรกีส่งออกไปยังสหราชอาณาจักร เช่น สายไฟ ชุดสายไฟ เครื่องรับโทรทัศน์สี และเครื่องซักผ้า เป็นต้น อันดับที่ 2 คือ เยอรมนี สาธารณรัฐตุรกีส่งออกไปยังเยอรมนี มูลค่า 1,344 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 9.85 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่สาธารณรัฐตุรกีส่งออกไปยังเยอรมนี เช่น เครื่องรับโทรทัศน์สี ตู้เย็นใช้ตามบ้านเรือน และสายไฟ ชุดสายไฟ เป็นต้น อันดับ 3 คือ ฝรั่งเศส สาธารณรัฐตุรกีส่งออกไปยังฝรั่งเศส มูลค่า 1,039 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 7.62 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่สาธารณรัฐตุรกีส่งออกไปยังฝรั่งเศส เช่น เครื่องรับโทรทัศน์สี เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับตัดต่อป้องกันวงจรไฟฟ้า เครื่องซักผ้า เป็นต้น ในขณะที่สาธารณรัฐตุรกีส่งออกสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไปยังไทยเป็นอันดับที่ 66 โดยมีมูลค่าเพียง 37 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 0.27 โดยมีอัตรา สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่สาธารณรัฐตุรกีส่งออกไปไทย เช่น หม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ (เกิน 1KVA) เครื่องคอมเพรสเซอร์ของเครื่องทำความเย็น และวงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) เป็นต้น


SWOT
จุดแข็ง (Strengths)
- พื้นที่สาธารณรัฐตุรกีตั้งอยู่ระหว่างทวีปยุโรปและเอเชีย
- สาธารณรัฐตุรกีแรงงานมีความรู้และทักษะด้านวิศวกรรม
- รัฐบาลสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาการออกแบบผลิตภัณฑ์ (R&D) 
- มีสาธารณูปโภคครอบคลุม
- รัฐบาลสาธารณรัฐตุรกีมีนโยบายสนับสนุนการลงทุนในรูปแบบต่างๆแก่นักลงทุนต่างชาติ เช่น สิทธิประโยชน์ภาษี เป็นต้น
จุดอ่อน (Weaknesses)
- การเติบโตของอุตสาหกรรมต้องพึ่งพิงตลอดยุโรป
- ต้นทุนด้านแรงงานสูง เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศกลุ่ม CEE
โอกาส (Opportunities)
- สาธารณรัฐตุรกีเป็นประเทศที่เหมาะสำหรับผู้ประกอบการชาวต่างชาติในการเข้ามาตั้งฐานการผลิตและกระจายสินค้าไปยังภูมิภาคยุโรปและเอเชีย
อุปสรรค (Threats)
- กฎระเบียบการค้าระหว่างประเทศของสหภาพยุโรป
- ปัญหาผู้ก่อการร้ายชาวเคิร์ด (PKK) และปัญหาไซปรัส

ตุรกีมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ โดยให้ผู้ประกอบการสามารถนำเข้าวัตถุดิบบางชนิดได้ในอัตราภาษีที่ต่ำลงหรือไม่เสียภาษี และมีเขตการค้าเสรี 7 แห่งโดยมีการลงทุนจากสหภาพยุโรปเป็นจำนวนมากแต่ไทยยังเข้าไปลงทุนในตุรกีน้อย แต่อย่างไรก็ดี ยังคงมีบริษัทไทยที่เข้าไปลงทุนในตุรกี คือ 1) บริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) ลงทุนด้านการเลี้ยงไก่ครบวงจร CP Shop และ Food Service 2) บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) ซื้อกิจการผลิตเม็ดพลาสติกแบบ PET 3) บริษัท ฟอร์จูนพาร์ทอินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน) จัดตั้งธุรกิจร่วมทุนในตุรกี (ถือหุ้น 45%) เพื่อผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ 4) เครือเซนทรัลลงทุนกิจการโรงแรมภายใต้ชื่อ Centara Grand Lykia World Resort & Spa 5) บริษัทอื่นๆ ประมาณ 20 บริษัทในธุรกิจสิ่งทอผลิตภัณฑ์จากยางพารา อัญมณี ร้านอาหารไทยและบริษัทตัวแทนการท่องเที่ย

การลงทุนของสาธารณรัฐตุรกี

          สาธารณรัฐตุรกีถือเป็นตลาดที่น่าสนใจของนักลงทุนชาวต่างชาติที่ต้องการส่งออกไปยังสหภาพยุโรปและเอเชีย เนื่องจากสาธารณตุรกีมีที่ตั้งทางยุทธศาสตร์การค้าระหว่างประเทศที่ดี ซึ่งอยู่กึ่งกลางระหว่างเอเชีย ยุโรป และอดีตสหภาพโซเวียต ซึ่งสามารถใช้เป็นประตูการค้าไปยังกลุ่มประเทศบอลข่าน ยุโรปตะวันออก สหภาพยุโรปและประเทศอื่นๆได้

ตาราง มูลค่าการลงทุนจากต่างชาติของสาธารณรัฐตุรกี

Foreign Direct Investment

2015

2016

2017

FDI inflows (Millions of dollars)

17,717

12,942

10,864

FDI outflows (Millions of dollars)

4,811

2,746

2,630

FDI inward stock (Millions of dollars)

145,471

132,882

180,697

FDI outward stock (Millions of dollars)

44,656

38,020

41,403












ที่มา: UNCTAD, 2018

ในปี 2017 ที่ผ่านมา สาธารณรัฐตุรกีมีการลงทุนจากต่างชาติ มูลค่า 10,864 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และออกไปลงทุนในต่างประเทศ 2,630 ล้านเหรียญสหรัฐฯ 


มาตรการด้านภาษี
โครงสร้างอัตราภาษีส่วนใหญ่ของสาธารณรัฐตุรกีเป็นไปในทิศทางที่สอดคล้องกับโครงสร้างภาษีของสหภาพยุโรป เนื่องจากสาธารณรัฐตุรกีอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อเข้าเป็นสมาชิกใหม่ของสหภาพยุโรป โดยมีรายละเอียดดังนี้
ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax : VAT) สาธารณรัฐตุรกีจะเก็บ VAT จากสินค้าและบริการที่ผลิตในประเทศและที่นำเข้าในอัตราเดียวกัน แต่จะแตกต่างกันไปตามประเภทสินค้า โดย VAT สูงสุดที่เก็บจะไม่เกินร้อยละ 26 ส่วนสินค้าอุตสาหกรรมส่วนใหญ่จะเก็บในอัตราร้อยละ 18 และจะยกเว้น VAT สำหรับสินค้าทุนและวัตถุดิบที่นำเข้าโดยรัฐบาล
ภาษีนำเข้า
ภาษีนำเข้า (Import Duty) โดยทั่วไปสาธารณรัฐตุรกีจะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าอุตสาหกรรมจากประเทศนอกกลุ่มสหภาพยุโรป และสมาคมการค้าเสรียุโรป (European Free Trade Association : EFTA ประกอบด้วยสมาชิก 4 ประเทศ ได้แก่ ไอซ์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ และลิกเตนสไตน์) ในอัตราเฉลี่ยร้อยละ 6-7.5 และเก็บภาษีนำเข้าสินค้าเกษตรในอัตราค่อนข้างสูง เนื่องจากสาธารณรัฐตุรกียังให้การคุ้มครองสินค้าในภาคเกษตรกรรมอยู่มาก 
มาตรการที่มิใช่ภาษี
มาตรฐานสินค้า
- สินค้าอาหารและสินค้าเกษตร ผู้นำเข้าในตุรกีต้องขอใบรับรองการควบคุม (Control Certificate) จาก Ministry of Agriculture and Rural Affairs ของตุรกี เพื่อรับรองว่าสินค้านำเข้านี้ผลิตได้ตามมาตรฐานที่กำหนดหรือผู้ส่งออกสินค้าอาจขอใบรับรองจากประเทศของตนก่อนการส่งออก สำหรับสินค้าส่งออกจากประเทศไทยสามารถขอใบรับรองได้จากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร หรือสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือกรมวิชาการเกษตร ทั้งนี้ ขึ้นกับประเภทของสินค้าที่ส่งออก
- สินค้าอุตสาหกรรม อาทิ ของเล่น ตู้เย็น เครื่องจักร ฯลฯ ที่นำเข้าในตุรกีต้องติดเครื่องหมาย CE (Conformite European Mark : CE Mark) เช่นเดียวกับระเบียบข้อบังคับการนำเข้าสินค้าของสหภาพยุโรปเพื่อสร้างความมั่นใจ ให้แก่ผู้บริโภคถึงความปลอดภัยและลดผลกระทบที่อาจมีต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งในกระบวนการทดสอบมาตรฐานสินค้า ผู้ผลิตสามารถควบคุมมาตรฐาน ตรวจสอบและรับรองความปลอดภัยของสินค้าด้วยตนเอง หากสินค้ามีความเสี่ยงน้อยในการใช้งาน แต่หากสินค้ามีความเสี่ยงสูงในการใช้งาน ผู้ผลิตต้องให้หน่วยงานตรวจสอบอิสระ (Notified Body) ที่ผ่านการรับรองจากสหภาพบุโรป เป็นผู้ตรวจสอบและรับรองความปลอดภัย
ฉลากสินค้า
ฉลากสินค้าโดยรายละเอียดสำคัญที่ต้องแสดงบนบรรจุภัณฑ์สินค้าที่จะส่งออกไปจำหน่ายในตุรกี เช่น ชื่อและที่อยู่ของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า ชื่อสามัญของสินค้า วันที่ผลิตหรือนำเข้า วันหมดอายุ ประเทศผู้ผลิต น้ำหนักและปริมาณสุทธิ ส่วนประกอบและคุณค่าทางโภชนาการ เป็นต้น ทั้งนี้ สินค้าที่ผ่านเข้าตุรกีเพื่อส่งออกต่อไปยังประเทศที่ 3 ต้องมีข้อความ “In Transit” มิฉะนั้น สินค้าดังกล่าวจะถูกเรียกเก็บภาษีและต้องผ่านพิธีการทางศุลกากรของตุรกี
มาตรการอื่น ๆ 
ตุรกีมีข้อจำกัดสำหรับการนำเข้าสินค้าบางประเภท อาทิ โลหะมีค่าต้องนำเข้าโดยสมาชิกของ Istanbul Gold Exchange เท่านั้น ส่วนสินค้าอุตสาหกรรมที่มีการให้บริการหลังการขาย เช่น ยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน ต้องได้รับอนุญาตการนำเข้าจาก Ministry of Industry and Trade ของตุรกีด้วย เป็นต้น

     

       กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก http://www.dft.go.th

       กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก http://www.ditp.go.th

       กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก http://www.dtn.go.th

       กระทรวงการต่างประเทศ.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก http://www.mfa.go.th

       ศูนย์ข้อมูลเชิงลึกอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (E&E Intelligence Unit: EIU) สถาบันไฟฟ้า

       และอิเล็กทรอนิกส์.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก  http://eiu.thaieei.com/Default.aspx

       Global Trade Atlas.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก http://www.gtis.com/gta

       Republic of Turkey Ministry of Trade.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก https://www.trade.gov.tr