นโยบายเศรษฐกิจของเนเธอร์แลนด์

เนเธอร์แลนด์มีพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแรงและมีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 16 ของโลก รวมทั้งได้รับการจัดอันดับเป็นประเทศผู้ลงทุนอันดับที่ 5 เป็นประเทศผู้ค้าอันดับที่ 7 และเป็นผู้ส่งออกสินค้าเกษตรเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐฯ รัฐบาลจึงเชื่อว่าเนเธอร์แลนด์จะสามารถก้าวข้ามวิกฤติเศรษฐกิจในปัจจุบันได้ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ให้ความสำคัญประการหนึ่งคือ การคงไว้ซึ่งอัตราการจ้างงาน โดยเฉพาะตำแหน่งที่เกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนารัฐบาลเนเธอร์แลนด์ ได้จัดเตรียมงบประมาณไว้ เพื่อใช้ในการว่าจ้างแรงงานมีฝีมือ/นักวิจัยค้นคว้าจากบริษัทต่างๆ ให้เข้าทำงานเป็นการชั่วคราวกับมหาวิทยาลัย สถาบันการค้นคว้าวิจัยต่างๆ ที่มีอยู่หลากหลายในเนเธอร์แลนด์ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันการลดจำนวนแรงงานมีฝีมือของบรรดาบริษัทห้างร้าน นอกจากนี้ รัฐบาลยังเตรียมเงินเพื่ออุดหนุนโครงการด้านการวิจัยและพัฒนาต่างๆ ด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ กล่าวว่า รัฐบาลต้องการความมั่นใจว่าภาคธุรกิจของเนเธอร์แลนด์ยังคงอยู่ในภาวะที่สามารถแข่งขันได้กับต่างชาติภายหลังสิ้นสุดภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ ดังนั้น รัฐบาลจึงให้ความสำคัญต่อการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพราะสิ่งเหล่านี้จะช่วยสร้าง Knowledge Position ให้แก่ประเทศในระยะยาว 


เนเธอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีนโยบายการค้าและเศรษฐกิจแบบเสรีซึ่งการค้าระหว่างประเทศเป็นภาคเศรษฐกิจสำคัญของประเทศโดยเฉพาะด้านการส่งออก รายได้จากการส่งออกจึงมีสัดส่วนสูงใน GDP โดยส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุตสาหกรรม โครงสร้างเศรษฐกิจของเนเธอร์แลนด์ GDP แยกตามภาคการผลิต ภาคการบริการ 79.6% (ค่าประมาณ ปี 2015) ภาคอุตสาหกรรม 18.8% และภาคการเกษตร 1.6%

 

2015

2016

2017

GDP (US$bn)

758.4

777.5

824.5

GDP Per Capita (US$)

44,776.6

45,657.6

48,271.7

GDP Growth (%)

2.3

2.2

3.1

Inflation (%)

0.2

0.1

1.3

Unemployment Rate (%)

6.9

5.9

5.1

 ที่มา : กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ

ากตาราง แสดงให้เห็นถึงเครื่องชี้วัดเศรษฐกิจเนเธอร์แลนด์ โดยในปี 2017 ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) มีมูลค่า 824.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ รายได้รวมต่อหัวประชากร (GDP Per Capita) มีมูลค่า 48,271.7 เหรียญสหรัฐฯ อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP Growth) ร้อยละ 3.1 อัตราเงินเฟ้อ (Inflation) ร้อยละ 1.3 และอัตราการว่างงาน (Unemployment Rate) ร้อยละ 5.1

 

การนำเข้า (Import)

การส่งออก (Export)

 

สินค้า (Goods)

น้ำมันเชื้อเพลิง เครื่องจักร ยานยนต์ ผลิตภัณฑ์ยา สารอินทรีย์ พลาสติก เหล็กและเหล็กกล้า อลูมินัม

เครื่องจักร น้ำมันเชื้อเพลิง อิเล็กทรอนิกส์ ผลิตภัณฑ์ยา พลาสติก ยานยนต์ เหล็กและเหล็กกล้า

 

สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (Electrical and Electronics Goods)

อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์

Mobile Telephone

อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการส่งหรือการรับ เปลี่ยนเสียง ภาพ หรือ ข้อมูลต่างๆ

อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการส่งหรือการรับ เปลี่ยนเสียง ภาพ หรือ ข้อมูลต่างๆ

ตลาด (Market)

จีน เยอรมนี เบลเยี่ยม สหรัฐฯ อังกฤษ

เยอรมนี เบลเยี่ยม อังกฤษ ฝรั่งเศส

ที่มา : Global Trade  Atlas รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์โดยฝ่ายยุทธศาสตร์อุตสาหกรรม สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

ตารางข้างต้นแสดง สินค้าและตลาดที่สำคัญของเนเธอร์แลนด์ โดยสินค้านำเข้าสำคัญของเนเธอร์แลนด์ ได้แก่ น้ำมันเชื้อเพลิง เครื่องจักร ยานยนต์ ผลิตภัณฑ์ยา สารอินทรีย์ พลาสติก เหล็กและเหล็กกล้า อลูมินัม สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่เนเธอร์แลนด์นำเข้า ได้แก่ อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ Mobile Telephone อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการส่งหรือการรับ เปลี่ยนเสียง ภาพ หรือ ข้อมูลต่างๆ ซึ่งตลาดนำเข้าที่สำคัญของเนเธอร์แลนด์ ได้แก่ จีน เยอรมนี เบลเยี่ยม สหรัฐฯ และอังกฤษ ส่วนสินค้าส่งออกที่สำคัญของเนเธอร์แลนด์ ได้แก่ เครื่องจักร น้ำมันเชื้อเพลิง อิเล็กทรอนิกส์ ผลิตภัณฑ์ยา พลาสติก ยานยนต์ เหล็กและเหล็กกล้า สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่เนเธอร์แลนด์ส่งออก ได้แก่ อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการส่งหรือการรับ เปลี่ยนเสียง ภาพ หรือ ข้อมูลต่างๆ ซึ่งตลาดส่งออกที่สำคัญของเนเธอร์แลนด์ ได้แก่ เยอรมนี เบลเยี่ยม อังกฤษ และฝรั่งเศส


ข้อมูลพื้นฐาน
ที่ตั้ง ตั้งอยู่ในทวีปยุโรปด้านตะวันตก มีเขตแดนติดกับทะเลเหนือ มีชายแดนติดกับ
ประเทศเบลเยียมและเยอรมัน

เมืองหลวง กรุงอัมสเตอร์ดัม (Amsterdam) ประชากร 17.1 ล้านคน (ก.ค.2017) พื้นที่ 41,543 
ตารางกิโลเมตร

ภูมิอากาศ อากาศอยู่ในแถบอบอุ่นทางทะเล หน้าร้อนอากาศเย็นสบาย หน้าหนาวอากาศอบอุ่น

ภาษา ดัชต์ (ภาษาราชการ) ฟริเซียน (ภาษาราชการ)

ศาสนา คริสต์นิกายโรมันคาทอลิก โปรแตสแตนท์

ระบอบการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญ

หน่วยเงินตรา ยูโร (Euro) อัตราแลกเปลี่ยน 1EUR = 37.84 THB (22 พ.ค.2018)

ผลผลิตทางการเกษตร เมล็ดข้าว มันสำปะหลัง ต้นบีท (ใช้ทำน้ำตาล) ผลไม้ ผัก และปศุสัตว์

อุตสาหกรรม อุตสาหกรรมอาหาร ผลิตภัณฑ์โลหะและวิศวกรรมเครื่องจักรไฟฟ้าและอุปกรณ์ สารเคมี ปิโตรเลียม ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ การประมง

การค้าของเนเธอร์แลนด์
เนเธอร์แลนด์เป็นประเทศที่เป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้าที่สำคัญของยุโรป ตั้งอยู่ในทะเลภูมิศาสตร์ที่เหมาะสมและมีระบบสาธารณูปโภคที่มีประสิทธิภาพ เป็นประเทศที่มีระบบการขนส่งและระบบโลจิสติกส์ที่ดีที่สุดประเทศหนึ่งของยุโรป มีท่าเรือขนาดใหญ่คือ Port of Rotterdam ซึ่งสามารถรองรับเรือขนส่งขนาดใหญ่ มีท่าอากาศยานที่รองรับการขนส่งสินค้า สามารถส่งสินค้าได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้ภาคการส่งออกเป็นภาคเศรษฐกิจที่สำคัญของเนเธอร์แลนด์ ดังนั้นเศรษฐกิจหรือการขยายตัวทางเศรษฐกิจของเนเธอร์แลนด์จะขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจของยุโรปหรือประเทศในยุโรปที่เป็นคู่ค้าสำคัญ เช่น เยอรมนี เบลเยี่ยม อังกฤษ ฝรั่งเศส ดังนั้นการที่สภาวะเศรษฐกิจในยูโรโซนยังไม่ฟื้นตัวอย่างชัดเจน รวมถึงการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหภาพยุโรปโดย Europe Central Bank ที่ส่งผลกระทบต่อเงินสกุลยูโร จึงยังคงส่งผลกระทบต่อภาคการค้าระหว่างประเทศของเนเธอร์แลนด์
ประเทศเนเธอร์แลนด์ตระหนักและให้ความสำคัญกับ SME ในการพัฒนาเศรษฐกิจงโดยได้มีการกำหนด top sectors ที่ประเทศมีความเชี่ยวชาญและศักยภาพสูง 9 สาขา ได้แก่ (1)อาหารและการเกษตร (2)เคมีภัณฑ์ (3) อุตสาหกรรมที่สร้างสรรค์ (4)พลังงาน (5)เทคโนโลยีระดับสูง (6)พืชสวน (7)วิทยาศาสตร์และสุขภาพ (8)ลอจิสติกส์ และ (9)น้ำ โดยแต่ละภาคส่วนจะมีความร่วมมือและแลกเปลี่ยนระหว่างภาคธุรกิจ แผนการวิจัยบนพื้นฐานของ top sectors ดังกล่าว รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ก็พยายามสนับสนุนโดยผ่านนโยบายการทูตทางเศรษฐกิจ โดยการมุ่งหาตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสำหรับภาคธุรกิจทั้งในด้านการค้าและการลงทุน ด้วยมาตรการสนับสนุนทางการเงินสำหรับการลงทุนหรือการส่งออก อาทิ กองทุน Dutch Good Growth Fund (DGGF) ซึ่ง SME สามารถยื่นขอกู้เงินได้สำหรับการเข้าไปลงทุนใหม่ๆ ในต่างประเทศ หรือการให้บริการคำปรึกษาของหน่วยงาน Netherlands Enterprise Agency (RVO) 
ในปี 2017 เนเธอร์แลนด์มีมูลค่าการค้าระหว่างประเทศรวม 1,226,984 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยแบ่งออกเป็นมูลค่าการส่งออกเท่ากับ 651,855 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้าส่งออก ได้แก่ เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์  เครื่องจักร เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้า และเชื้อเพลิงที่ได้จากแร่ เป็นต้น ตลาดส่งออกหลักที่สำคัญ คือ เยอรมนี เบลเยี่ยม และสหราชอาณาจักร เป็นต้น ด้านการนำเข้าคิดเป็นมูลค่า 575,129 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ เชื้อเพลิงที่ได้จากแร่ เครื่องจักร เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้า และเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ โดยมีจีน เยอรมนี และเบลเยี่ยม เป็นแหล่งนำเข้าที่สำคัญ 

ตาราง มูลค่าการค้ารวมของเนเธอร์แลนด์

การค้า

มูลค่า (ล้านเหรียญสหรัฐฯ)

อัตราการขยายตัว (%)

2015

2016

2017

% Change

2016/2015

% Change

2017/2016

การส่งออก

570,668

570,955

651,855

0.05

14.17

การนำเข้า

512,311

504,745

575,129

-1.48

13.94

การค้ารวม

1,082,979

1,075,700

1,226,984

-0.67

14.06

ที่มา: Global Trade  Atlas รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์โดยฝ่ายยุทธศาสตร์อุตสาหกรรม สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์


ตาราง มูลค่าการนำเข้ารายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทยจากเนเธอร์แลนด์ 10  อันดับแรก

 

ผลิตภัณฑ์

มูลค่า

(ล้านเหรียญสหรัฐฯ)

อัตราการขยายตัว (%)

2015

2016

2017

2016

2017

1. วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit)

139.96

122.55

130.4

-12.44

6.40

2. เทปแม่เหล็กและจานแม่เหล็ก,แผ่น CD

16.79

5.43

11.32

-67.68

108.73

3. หม้อหุงข้าว เตาย่างและเตาอบย่าง

1.25

1.26

7.86

1.47

521.75

4. แผงสวิตซ์และแผงควบคุมกระแสไฟฟ้า

11.27

5.33

6.37

-52.70

19.49

5. เครื่องกำเนิดไฟฟ้า

2.61

6.26

4.53

140.07

-27.59

6. เครื่องคอมเพรสเซอร์ของเครื่องทำความเย็น และส่วนประกอบ

5.08

3.36

2.73

-33.82

-18.70

7. เครื่องอุปกรณ์สําหรับป้องกันวงจรไฟฟ้าและส่วนประกอบ

3.03

2.53

2.48

-16.40

-1.98

8. ส่วนประกอบและอุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์

0.61

0.81

1.87

31.21

131.42

9. มอเตอร์ไฟฟ้า

1.7

0.89

1.48

-47.81

66.43

10.อุปกรณ์ตัดวงจรไฟฟ้า

0.96

0.18

1.05

-80.94

472.76

รวมมูลค่านำเข้าทั้งหมด

199.29

164.48

183.93

-17.47

11.83

ที่มา:  ศูนย์ข้อมูลเชิงลึกอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (E&E Intelligence Unit: EIU) สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

จากตารางมูลค่าการนำเข้ารายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทยจากเนเธอร์แลนด์ 10  อันดับแรก แสดงให้เห็นว่า ในปี 2017 ไทยนำเข้าสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากเนเธอร์แลนด์ คิดเป็นมูลค่า 183.93 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีอัตราการขยายตัวร้อยละ 11.83 โดยสินค้านำเข้าอันดับ 1 ได้แก่ วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) โดยมีมูลค่าการนำเข้า 130.4 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 6.40 อันดับ 2 ได้แก่ เทปแม่เหล็กและจานแม่เหล็ก,แผ่น CD โดยมีมูลค่าการนำเข้า 11.32 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 108.73 สินค้าที่ไทยนำเข้าจากเนเธอร์แลนด์ มากเป็นอันดับ 3 ได้แก่ หม้อหุงข้าว เตาย่างและเตาอบย่าง โดยมีมูลค่า 7.86 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 521.75 ซึ่งลักษณะการนำเข้าสินค้าชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทยจากเนเธอร์แลนด์ จะเป็นการนำเข้าเพื่อผลิตและประกอบต่อในไทย เนื่องจากไทยยังคงเป็นฐานการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญของอาเซียน

ตาราง มูลค่าการส่งออกรายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทยไปเนเธอร์แลนด์ 10  อันดับแรก

ผลิตภัณฑ์

มูลค่า (ล้านเหรียญสหรัฐฯ)

อัตราการขยายตัว (%)

2015

2016

2017

2016

2017

1. ส่วนประกอบและอุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์

1,016.25

852.78

881.28

-16.09

3.34

2. เครื่องพิมพ์ เครื่องทำสำเนา และส่วนประกอบ

491.7

483.91

468.8

-1.58

-3.12

3. กล้องถ่ายบันทึกภาพและส่วนประกอบ

346.28

262.09

227.38

-24.31

-13.24

4. วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit)

179.85

179.4

223.97

-0.25

24.84

5. โซล่าร์เซลล์

0.04

89.75

189.29

218773.28

110.91

6. เครื่องเปลี่ยนไฟฟ้า

77.2

97.08

119.68

25.75

23.28

7. เครื่องอุปกรณ์สำหรับการส่งหรือการรับเสียง ภาพ หรือข้อมูลอื่น ๆ และอุปกรณ์สำหรับสื่อสารในระบบเครื่อข่ายทางสาย ไร้สาย

67.18

45.82

66.89

-31.79

45.97

8. เครื่องโทรศัพท์ และอุปกรณ์

19.94

45.31

47.3

127.27

4.39

9. เครื่องปรับอากาศ

31.74

39.71

45.02

25.14

13.35

10.ส่วนประกอบของเครื่องอุปกรณ์สำหรับการส่งหรือการรับเสียง ภาพ หรือข้อมูลอื่นๆ รวมถึงอุปกรณ์ตัดต่อสัญญาณและจัดเส้นทาง

17.36

13.58

43.57

-21.74

220.76

รวมมูลค่าส่งออกทั้งหมด

2,388.34

2,274.57

2,504.04

-4.76

10.09

ที่มา:  ศูนย์ข้อมูลเชิงลึกอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (E&E Intelligence Unit: EIU) สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

จากตารางมูลค่าการส่งออกรายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทยไปเนเธอร์แลนด์ 10  อันดับแรก แสดงให้เห็นว่า ในปี 2017 ไทยส่งออกสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไปยังเนเธอร์แลนด์ คิดเป็นมูลค่า 2,504.04 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีอัตราการขยายตัวร้อยละ 10.09 โดยสินค้าส่งออกอันดับ 1 ได้แก่ อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ มีมูลค่าการส่งออก  881.28 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 3.34 สินค้าส่งออกอันดับ 2 ได้แก่ เครื่องพิมพ์ เครื่องทำสำเนา และส่วนประกอบ มีมูลค่าการส่งออก  468.8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราการหดตัวร้อยละ 3.12 สินค้าส่งออกอันดับ 3 ได้แก่ กล้องถ่ายบันทึกภาพและส่วนประกอบ มีมูลค่าการส่งออก 227.38 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราการหดตัวร้อยละ 13.24 ซึ่งลักษณะการส่งออกของไทยไปเนเธอร์แลนด์ เป็นการส่งออกชิ้นส่วนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเพิ่มมูลค่าสินค้าต่อไป

การค้ากับต่างประเทศของอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 
เนเธอร์แลนด์จัดเป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของยุโรป ด้วยตั้งอยู่ในทำเลภูมิศาสตร์ที่เหมาะสม มีท่าเรือขนาดใหญ่ มีสนามบินที่รองรับการขนส่งสินค้าทางอากาศ และสามารถขนส่งต่อโดยทางบกและทางน้ำไปยังประเทศอื่นๆ ได้อย่างรวดเร็ว และยังมีบุคคลากร ที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการที่ภาครัฐให้การสนับสนุนด้านนวัตกรรม การวิจัยและพัฒนา (Research & Development) ทำให้เนเธอร์แลนด์ประสบความสำเร็จในการดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติเป็นอย่างมาก 

ตาราง ประเทศคู่ค้าสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของเนเธอร์แลนด์ 10 อันดับแรก ปี 2017

เนเธอร์แลนด์นำเข้าจากประเทศคู่ค้า 10 อันดับแรก ปี 2017

เนเธอร์แลนด์ส่งออกไปยังประเทศคู่ค้า 10 อันดับแรก ปี 2017

ประเทศ

มูลค่า

(ล้านเหรียญสหรัฐ)

+/- (%)

ส่วนแบ่งตลาด (%)

ประเทศ

มูลค่า

(ล้านเหรียญสหรัฐ)

+/- (%)

ส่วนแบ่งตลาด (%)

1.จีน

62,285

22.55

48.61

1.เยอรมนี

29,668

11.41

22.41

2.เยอรมนี

12,071

41.74

9.42

2.ฝรั่งเศส

15,209

16.59

11.49

3.สหรัฐฯ

6,223

1.80

4.86

3.สหราชอาณาจักร

14,222

5.90

10.74

4.มาเลเซีย

4,577

42.11

3.57

4.อิตาลี

7,622

23.30

5.76

5.ญี่ปุ่น

3,953

-2.84

3.09

5.เบลเยี่ยม

7,412

11.86

5.60

6.ไต้หวัน

3,788

18.75

2.96

6.สาธารณรัฐเช็ก

6,015

23.56

4.54

7.สาธารณรัฐเช็ก

3,492

11.07

2.73

7.สเปน

5,279

13.01

3.99

8.ไทย

3,278

31.36

2.56

8.สวีเดน

5,145

16.90

3.89

9.เบลเยี่ยม

2,916

20.87

2.28

9.โปแลนด์

4,433

7.17

3.35

10.เวียดนาม

2,798

31.41

2.18

10.สหรัฐฯ

2,913

20.01

2.20

 

 

 

 

ไทย (40)

313

12.53

0.24

ที่มา:Global Trade  Atlas รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์โดยฝ่ายยุทธศาสตร์อุตสาหกรรม สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

จากตาราง ประเทศคู่ค้าสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของเนเธอร์แลนด์ 10 อันดับแรก ปี 2017 พบว่า เนเธอร์แลนด์นำเข้าชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากจีนมากเป็นอันดับ 1 มูลค่า 62,285 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 48.61 โดยมีอัตราขยายตัวร้อยละ 22.55 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่เนเธอร์แลนด์นำเข้าจากจีน เช่น Mobile Telephone เครื่องคอมพิวเตอร์ครบชุด,Notebook,palmและอุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นต้น อันดับ 2 คือ เยอรมนี เนเธอร์แลนด์นำเข้าชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากเยอรมนี มูลค่า 12,071 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 9.42 โดยมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 41.74 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่เนเธอร์แลนด์นำเข้าจากเยอรมนี เช่น วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ และเครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับตัดต่อป้องกันวงจรไฟฟ้า เป็นต้น และอันดับ 3 คือ สหรัฐฯ เนเธอร์แลนด์นำเข้าชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากสหรัฐฯ มูลค่า 6,223 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 4.86 โดยมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 1.80 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่เนเธอร์แลนด์นำเข้าจากสหรัฐฯ เช่น อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) และอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการส่งหรือการรับ เปลี่ยนเสียง ภาพ เป็นต้น ในขณะที่ไทยเป็นประเทศอันดับ 8 ที่เนเธอร์แลนด์นำเข้าสินค้า โดยมีมูลค่า 3,278 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 2.56 โดยมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 31.36 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่เนเธอร์แลนด์นำเข้าจากไทย เช่น อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการส่งหรือการรับ เปลี่ยนเสียง ภาพ และกล้องถ่ายโทรทัศน์ กล้องถ่ายบันทึกวีดีโอภาพนิ่ง เป็นต้น

ตาราง มูลค่าการนำเข้ารายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของเนเธอร์แลนด์ 10 อันดับแรก

 

ผลิตภัณฑ์

มูลค่า

(ล้านเหรียญสหรัฐฯ)

อัตราการขยายตัว (%)

2015

2016

2017

2016

2017

1.อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์

18,430

18,879

23,316

2.44

23.50

2.Mobile Telephone

19,612

16,988

22,924

-13.38

34.94

3.อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการส่งหรือการรับ เปลี่ยนเสียง ภาพ หรือข้อมูลต่างๆ

13,193

14,120

16,417

7.03

16.27

4.เครื่องคอมพิวเตอร์ครบชุด,Notebook,palm

14,161

13,577

15,906

-4.12

17.15

5.วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit)

5,735

5,893

9,008

2.76

52.86

6.เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับตัดต่อป้องกันวงจรไฟฟ้า

2,685

3,149

3,561

17.28

13.08

7.ไดโอด ทรานซิสเตอร์และอุปกรณ์กึ่งตัวนำ

2,589

2,746

3,311

6.06

20.58

8.Power supply PC

1,982

2,154

2,385

8.68

10.72

9.ส่วนประกอบเครื่องรับโทรทัศน์(สายอากาศ,ตู้วิทยุหรือโทรทัศน์)

2,547

2,171

2,383

-14.76

9.77

10.กล้องถ่ายโทรทัศน์ กล้องถ่ายบันทึกวีดีโอภาพนิ่ง วีดีโออื่นๆ

2,371

2,233

2,366

-5.82

5.96

รวมมูลค่านำเข้าทั้งหมด

108,151

108,631

128,139

0.44

17.96

ที่มา:Global Trade  Atlas รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์โดยฝ่ายยุทธศาสตร์อุตสาหกรรม สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

จากตารางมูลค่าการนำเข้ารายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของเนเธอร์แลนด์ 10 อันดับแรก พบว่า ในปี 2017 เนเธอร์แลนด์มีมูลค่าการนำเข้าสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์รวม 128,139 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งขยายตัวร้อยละ 17.96 โดยนำเข้าอุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์มากเป็นอันดับ 1 มีมูลค่า23,316 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีอัตราการขยายตัวร้อยละ 23.50 นำเข้าอันดับ 2 ได้แก่ Mobile Telephone โดยมีมูลค่า 22,924 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีอัตราการขยายตัวร้อยละ 34.94 และอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการส่งหรือการรับ เปลี่ยนเสียง ภาพ หรือข้อมูลต่างๆ เป็นอันดับที่ 3 โดยมีมูลค่า 16,417 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีอัตราการขยายตัวร้อยละ 16.27
เนเธอร์แลนด์ มีการนำเข้าสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากประเทศต่างๆเพื่อส่งออกต่อไปยังประเทศอื่น โดยส่วนใหญ่จะเป็นการนำเข้าชิ้นส่วนและสินค้าจากจีน สหรัฐฯ เยอรมนี ญี่ปุ่น และมาเลเซีย เพื่อส่งออกต่อไปยังเยอรมนี รวมถึงมีการนำเข้าชิ้นส่วนต่างๆ เพื่อประกอบเป็นสินค้าสำเร็จรูปและส่งออกไปยังต่างประเทศ


ตาราง ประเทศคู่ค้าสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของเนเธอร์แลนด์ 10 อันดับแรก ปี 2017

เนเธอร์แลนด์นำเข้าจากประเทศคู่ค้า 10 อันดับแรก ปี 2017

เนเธอร์แลนด์ส่งออกไปยังประเทศคู่ค้า 10 อันดับแรก ปี 2017

ประเทศ

มูลค่า

(ล้านเหรียญสหรัฐ)

+/- (%)

ส่วนแบ่งตลาด (%)

ประเทศ

มูลค่า

(ล้านเหรียญสหรัฐ)

+/- (%)

ส่วนแบ่งตลาด (%)

1.จีน

62,285

22.55

48.61

1.เยอรมนี

29,668

11.41

22.41

2.เยอรมนี

12,071

41.74

9.42

2.ฝรั่งเศส

15,209

16.59

11.49

3.สหรัฐฯ

6,223

1.80

4.86

3.สหราชอาณาจักร

14,222

5.90

10.74

4.มาเลเซีย

4,577

42.11

3.57

4.อิตาลี

7,622

23.30

5.76

5.ญี่ปุ่น

3,953

-2.84

3.09

5.เบลเยี่ยม

7,412

11.86

5.60

6.ไต้หวัน

3,788

18.75

2.96

6.สาธารณรัฐเช็ก

6,015

23.56

4.54

7.สาธารณรัฐเช็ก

3,492

11.07

2.73

7.สเปน

5,279

13.01

3.99

8.ไทย

3,278

31.36

2.56

8.สวีเดน

5,145

16.90

3.89

9.เบลเยี่ยม

2,916

20.87

2.28

9.โปแลนด์

4,433

7.17

3.35

10.เวียดนาม

2,798

31.41

2.18

10.สหรัฐฯ

2,913

20.01

2.20

 

 

 

 

ไทย (40)

313

12.53

0.24

ที่มา:Global Trade  Atlas รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์โดยฝ่ายยุทธศาสตร์อุตสาหกรรม สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

การส่งออกชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของเนเธอร์แลนด์ ในปี 2017 เนเธอร์แลนด์ส่งออกไปยังเยอรมนีมากเป็นอันดับ 1 โดยมีมูลค่า 29,668 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 22.41 โดยมีอัตราขยายตัวร้อยละ 11.41 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่เนเธอร์แลนด์ส่งออกไปเยอรมนี เช่น อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ Mobile Telephone และอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการส่งหรือการรับ เปลี่ยนเสียง ภาพ เป็นต้น อันดับ 2 คือ ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ส่งออกไปฝรั่งเศส มูลค่า 15,209 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 11.49 โดยมีอัตราขยายตัวร้อยละ 16.59 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่เนเธอร์แลนด์ส่งออกไปฝรั่งเศส เช่น Mobile Telephone เครื่องคอมพิวเตอร์ ครบชุด,Notebook,palm และอุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นต้น อันดับ 3 คือ สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ส่งออกไปยังสหราชอาณาจักร มูลค่า 14,222 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 10.74 โดยมีอัตราขยายตัวร้อยละ 5.90 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่เนเธอร์แลนด์ส่งออกไปสหราชอาณาจักร เช่น Mobile Telephone เครื่องคอมพิวเตอร์ครบชุด,Notebook,palm และอุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นต้น ในขณะที่เนเธอร์แลนด์ส่งออกสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไปยังไทยเป็นอันดับที่ 40 โดยมีมูลค่า 313 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 0.24 โดยมีอัตราการหดตัวร้อยละ 12.53 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่เนเธอร์แลนด์ส่งออกไปไทย เช่น วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการส่งหรือการรับ เปลี่ยนเสียง ภาพ และส่วนประกอบเครื่องปรับอากาศ เป็นต้น

ตาราง มูลค่าการส่งออกรายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของเนเธอร์แลนด์ 10  อันดับแรก

 

ผลิตภัณฑ์

มูลค่า (ล้านเหรียญสหรัฐฯ)

อัตราการขยายตัว (%)

2015

2016

2017

2016

2017

1.อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์

26,948

26,984

29,143

0.13

8.00

2.Mobile Telephone

19,390

16,321

23,073

-15.83

41.37

3.อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการส่งหรือการรับ เปลี่ยนเสียง ภาพ หรือข้อมูลต่างๆ

12,399

13,939

16,975

12.42

21.78

4.เครื่องคอมพิวเตอร์ครบชุด,Notebook,palm

11,487

12,012

14,093

4.57

17.32

5.วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit)

6,007

6,603

8,658

9.92

31.12

6.เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับตัดต่อป้องกันวงจรไฟฟ้า

2,379

2,702

3,015

13.58

11.58

7.เทปแม่เหล็กและจานแม่เหล็ก,แผ่น CD สำหรับบันทึกเสียง,ภาพ

2,589

2,516

3,011

-2.82

19.67

8.กล้องถ่ายโทรทัศน์ กล้องถ่ายบันทึกวีดีโอภาพนิ่ง วีดีโออื่นๆ

3,204

3,029

2,986

-5.46

-1.42

9.ไดโอด ทรานซิสเตอร์และอุปกรณ์กึ่งตัวนำ

2,309

2,380

2,956

3.07

24.20

10. Power supply PC

1,844

1,863

2,225

1.03

19.43

รวมมูลค่าส่งออกทั้งหมด

113,110

114,841

132,365

1.53

15.26

ที่มา : Global Trade  Atlas รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์โดยฝ่ายยุทธศาสตร์อุตสาหกรรม สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

จากตารางมูลค่าการส่งออกรายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของเนเธอร์แลนด์ 10 อันดับแรก พบว่า การส่งออกของเนเธอร์แลนด์ในปี 2017 มีมูลค่าการส่งออกสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์รวม 132,365 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งมีการขยายตัวร้อยละ 15.26 เนเธอร์แลนด์ส่งออกอุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ มากที่สุดเป็นอันดับที่ 1 โดยมีมูลค่า 29,143 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีอัตราการขยายตัวร้อยละ 8 จากความต้องการอุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ของโลกที่เพิ่มขึ้น อันดับ 2 ได้แก่ Mobile Telephone โดยมีมูลค่าการส่งออก 23,073 ล้านเหรียญสหรัฐฯ อัตราการขยายตัวร้อยละ 41.37 และอันดับ 3 ได้แก่ อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการส่งหรือการรับ เปลี่ยนเสียง ภาพ หรือข้อมูลต่างๆ มูลค่าการส่งออก  16,975 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีอัตราการขยายตัวร้อยละ 21.78 เนื่องจากผู้บริโภคมีความต้องการเพิ่มขึ้น 
สำหรับการส่งออกของเนเธอร์แลนด์ส่วนใหญ่เกิดจากการที่บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนและส่วนประกอบระดับโลกได้เข้ามาตั้งสาขาในเนเธอร์แลนด์ จัดหาวัตถุดิบ แล้วผลิตสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เพื่อส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ ตัวอย่างบริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในเนเธอร์แลนด์ เช่น Global Electronics B.V., JTAG Technologies, Lumotech, Faber Electronics B.V. เป็นต้น นอกจากนี้เนเธอร์แลนด์ยังได้นำสินค้าที่ได้นำเข้าจากต่างประเทศส่งออกต่อไปยังประเทศอื่นๆด้วย

การวิเคราะห์ SWOT

จุดแข็ง(Strength)
- มีเครือข่ายการให้บริการการจ้างงานสาธารณะในดัตช์ตั้งแต่ปี 2009 'UWV Werkbedrijf' (เดิมชื่อ CWI) ควบคู่ไปกับเว็บไซต์ werk.nl และเสนอศูนย์บริการลูกค้า
- มีฐานวิทยาศาสตร์ที่แข็งแกร่งกับมหาวิทยาลัย และสถาบันการวิจัยกับทางภาครัฐที่มีผลผลิตดีในแง่ของ จำนวนและคุณภาพของสิ่งพิมพ์ทางวิทยาศาสตร์
- การมีส่วนร่วมที่แข็งแกร่งในโครงการสหภาพยุโรปและความร่วมมือระหว่างประเทศอื่น ๆ
- ความสามารถด้านเทคโนโลยีที่แข็งแกร่งและประสิทธิภาพการทำงานของชาวดัตช์ - มีความเชี่ยวชาญในการให้บริการและการผลิตบางส่วนของอุตสาหกรรม

จุดอ่อน(Weakness)

- การขาดความรับผิดชอบในการตรวจสอบและการประกันคุณภาพ ที่เห็นได้ชัดโดยเฉพาะอย่างยิ่งใน ความสัมพันธ์กับโรงเรียน แต่เป็นปัญหาในทุกภาคส่วน
- การขาดความชัดเจนเกี่ยวกับบทบาทของรัฐบาลในระบบการกระจายอำนาจ โอกาส(Opportunity)
- ตลาดเนเธอร์แลนด์แม้ว่าจะเป็นตลาดขนาดเล็ก มีประชากรรวมเพียง 17 ล้านคน แต่เนเธอร์แลนด์ก็เป็น ศูนย์กลางในการนำเข้าและส่งออกเพื่อกระจายสินค้าต่อไปยังประเทศในสหภาพยุโรป เนื่องจากเนเธอร์แลนด์ตั้งอยู่ในทำเลภูมิศาสตร์ที่เหมาะสม
- มีระบบสาธารณูปโภคที่มีประสิทธิภาพ อุปสรรค(Threats )
- เนื่องจากเนเธอร์แลนด์เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ปัญหาและอุปสรรคทางการค้าระหว่างสองฝ่ายมักจะเป็น ปัญหาที่เกี่ยวกับกฎระเบียบในด้านต่างๆ ที่เข้มงวดในกรอบของสหภาพยุโรป เช่น เรื่องมาตรการที่มิใช่ภาษีต่างๆ กฎระเบียบทางมาตรฐานและเทคนิคสำหรับสินค้าอุตสาหกรรม เช่น RoHS, WEEE, REACH เป็นต้น
- เนเธอร์แลนด์มีการค้าส่วนใหญ่กับประเทศยุโรปด้วยกัน มากกว่าร้อยละ 80 ของการค้าทั้งหมด อาจจะ ส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าและบริการหลายๆ ประเทศไปยังตลาดสหภาพยุโรปรวมทั้งเนเธอร์แลนด์โดยรวม
- สหภาพแรงงานและกฎหมายแรงงาน

การลงทุนของเนเธอร์แลนด์
ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ (The King of the Netherlands) เป็นประตูสู่ยุโรปตะวันตกเนื่องจากมีโครงสร้างคมนาคมและท่าเรือเมืองรอตเทอร์ดามที่สามารถกระจายสินค้าไปยังประเทศต่างๆ ในยุโรปด้วยความรวดเร็ว เป็นประเทศที่เปิดเสรีแก่การค้าและการลงทุนแก่ต่างชาติ บริษัทต่างชาติมากกว่า 5,000 บริษัทมีสาขาในเนเธอร์แลนด์ บริษัทใช้เนเธอร์แลนด์เป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ในภูมิภาคยุโรป บริษัทข้ามชาติของเนเธอร์แลนด์ที่รู้จักกัน โดยทั่วไป อาทิ Shell, Unilever, ING, Heineken, Phillips เหตุผลที่บริษัทส่วนใหญ่ตั้งสำนักงานใหญ่ในเนเธอร์แลนด์เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจของเนเธอร์แลนด์ที่สนับสนุนการประกอบธุรกิจ สิทธิพิเศษทางภาษีต่างๆ และเครือข่ายสนธิสัญญาทางภาษีกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก ความสามารถด้านภาษาของชาวดัตช์ โครงสร้างพื้นฐานที่เพียบพร้อมและคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดี
เนเธอร์แลนด์เป็นประเทศอุตสาหกรรมที่มีความแข็งแกร่งในภาคอุตสาหกรรมการเกษตร เศรษฐกิจมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ ที่ 16 ของโลก และอันดับที่ 6 ของสหภาพยุโรป และเป็นผู้ส่งออกสินค้าเกษตรขนาดใหญ่อันดับที่ 2 ของโลกรองจากสหรัฐฯ เนเธอร์แลนด์มีความแข็งแกร่งในสาขาเกษตร อาหารและเครื่องดื่ม เคมีภัณฑ์ พลังงาน เทคโนโลยี การจัดการน้ำ และ Logistics


ประเด็นท้าทายในการทำธุรกิจ

          ระบบภาษีทั้งภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีศุลกากร และภาษีนิติบุคคลของเนเธอร์แลนด์มีความซับซ้อน แต่เอื้ออำนวยต่อการค้าและการลงทุน ดังนั้น ผู้สนใจจึงอาจหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรับคำแนะนำในเรื่องรูปแบบการประกอบธุรกิจที่จะได้ประโยชน์สูงสุด

          สถานการณ์เศรษฐกิจชะลอตัวในยุโรปและเนเธอร์แลนด์ทำให้การบริโภคและการลงทุนในเนเธอร์แลนด์ชะลอตัว กิจการหลายแห่งประสบปัญหา และมีคนตกงานจำนวนมากถึงประมาณร้อยละ 8 ส่งผลให้การส่งออกของไทยไปเนเธอร์แลนด์ชะลอตัว แต่ก็เป็นโอกาสอันดีที่บริษัทของไทยจะพิจารณาการลงทุนในเนเธอร์แลนด์ เพื่อรองรับการขยายตัวในอนาคต


รายชื่อผู้ผลิตสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญของเนเธอร์แลนด์

บริษัท

สินค้า

ที่อยู

1. Global Electronics B.V.

 

 

Manufacture of electrical / electronic equipment.

Metaalstraat 12 Haaksbergen, Overijssel 7483 PD Netherlands

Tel : +31 (0) 53 57 37 200

Fax : +31 (0) 53 57 37 208

E-mail: info@global-electronics.nl

Website: www.global-electronics.eu

2. JTAG Technologies

 

 

 

 

 

 

PCB assembly

 

 

 

 

 

Boschdijk 50

5612 AN Eindhoven

The Netherlands

Tel:  +31 (0) 40 295 0870

Fax:  +31 (0) 40 246 8471

E-Mail:  info@jtag.com

Website:  www.jtag.com/en

3.  Lumotech

Lighting , street lighting

Nijverheidsplein 16  RB Heerhugowaard

The Netherlands

Tel:   +27 (0)41 995-3111

E-Mail:   contact@lumotech.co.za

Website:  www.lumotech.co.za

4. Faber Electronics B.V.

PCB assembly /Manufacture of electrical / electronic equipment.

Theodorus Dobbeweg 1, 6883 GN Velp Netherlands,

Tel :  +31 26 384 6800

E-Mail :  sales@faber-electronics.nl

Website:  www.faber-electronics.nl

5. Anubiss BV

 

 

 

Electronics Manufacturing

Anubiss BV Jericholaan 14A

5625 TH Eindhoven Nederland

Tel :  040-2419111

Fax :  084-7450962

E-Mail :  info@anubiss.nl

Website:  www.anubiss.nl






































ที่มา : www.ventureoutsource.com


กฎระเบียบการทำธุรกิจของเนเธอร์แลนด์
            ชาวต่างชาติและบริษัทต่างชาติที่จะประกอบธุรกิจในเนเธอร์แลนด์ต้องจดทะเบียนกับหอการค้าในท้องถิ่นที่ประกอบธุรกิจ โดยเนเธอร์แลนด์ไม่มีข้อจำกัดว่าบริษัทต่างชาติจะประกอบธุรกิจโดยเปิดสำนักงานสาขาหรือตั้งบริษัทลูก (subsidiary) และหากจะจดทะเบียนจัดตั้งองค์กรที่เป็นนิติบุคคลมีรูปแบบหลักที่บริษัทต่างชาตินิยมดำเนินการคือการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัด (BV) และบริษัทมหาชนจำกัด (NV) โดย BV กำหนดให้มีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ 90,000 ยูโร และทุนชำระแล้วขั้นต่ำ 1 ยูโรเซนต์ สำหรับ NV จะต้องมีทุนจดทะเบียน ขั้นต่ำ 225,000 ยูโรและทุนชำระแล้ว 45,000 ยูโร ทั้งนี้ ทั้งBV และ NV มีเงื่อนไขในการจดทะเบียนให้มีผู้ถือหุ้นในบริษัทอย่างน้อย 1 คน และมีกรรมการบริษัทอย่างน้อย 1 คน
            การควบกิจการกับบริษัทจดทะเบียนเนเธอร์แลนด์ไม่จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากทางการเนเธอร์แลนด์แต่ต้องแจ้ง Authority for Consumers and Markets ซึ่งจะตรวจสอบว่าการควบกิจการขัดต่อการแข่งขันเสรีและส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคหรือไม่ และจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่กำหนดแนวทางการควบกิจการ โดยเฉพาะการปกป้องสิทธิของแรงงาน ซึ่งจะต้องการหารือกับสหภาพแรงงานหรือพนักงานของบริษัทที่จะถูกควบกิจการ
            ภาษีเงินได้นิติบุคคลเก็บร้อยละ 20 สำหรับรายได้ไม่เกิน 200,000 ยูโร และร้อยละ 2.5 สำหรับรายได้ที่เกิน 200,000 ยูโร โดยบริษัทสามารถกำหนดปีงบประมาณของตนเองได้ และหารือกับกรมสรรพากรเพื่อหารือเกี่ยวกับการกำหนดวิธีการคำนวณภาษีได้ก่อนการลงทุน (การคิดภาษีจากยอดขายหรือจากค่าใช้จ่าย) อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายสำหรับเงินปันผลเท่ากับร้อยละ 15 แต่ยกเว้นไม่เก็บภาษีเงินปันผลของสำนักงานสาขาของบริษัทต่างชาติที่ส่งกำไรกลับบริษัทแม่ และไม่มีการเก็บภาษีสำหรับรายได้จากดอกเบี้ย ค่าลิขสิทธิ์ และเครื่องหมายสินค้า
            บริษัทจะต้องมีผู้ตรวจบัญชีหากเข้าเงื่อนไข 2 ใน 3 ของหลักเกณฑ์ดังนี้ 1) ทรัพย์สินมากกว่า 6 ล้านยูโร 2) ยอดขายเกินกว่า 12 ล้านยูโรและ 3) มีพนักงานมากกว่า 49 คน
            การนำเข้าสินค้า ไม่ต้องเสียภาษีศุลกากรและเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 กรณีนำเข้าไปเนเธอร์แลนด์เพื่อส่งออกไปนอกสหภาพยุโรป ทั้งนี้ การนำสินค้าเข้าคลังสินค้าในเนเธอร์แลนด์สามารถชะลอการชำระภาษีมูลค่าเพิ่มหรือได้รับภาษีมูลค่าเพิ่มคืนในกรณีที่มีสำนักงานในเนเธอร์แลนด์


มาตรการดึงดูดการลงทุนและจดทะเบียนบริษัทต่างชาติของเนเธอร์แลนด์
มาตรการส่งเสริมการลงทุนผ่านเครื่องมือทางภาษี
ประเทศเนเธอร์แลนด์ถือเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ สังเกต ได้จากการจัดอันดับความน่าลงทุนของกลับมีสิทธิประโยชน์ทางภาษีอีกเป็นจำนวนมาก เช่น
1. Innovation Box นำกำไรจากผลิตภัณฑ์ที่มีการพัฒนาและจดสิทธิบัตรมาหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ร้อยละ 5
2. R&D Tax Credit นำค่าใช้จ่าย R&D มาเครดิตภาษีได้ร้อยละ 32 สำหรับค่าใช้จ่าย 350,000 ยูโรแรก และร้อยละ 16 สำหรับค่าใช้จ่ายในส่วนที่เหลือ
3. MIA/Vamil Tax Relief For  Environment Friendly นำรายจ่ายลงทุนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาหัก เป็นรายจ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้ นิติบุคคลได้เพิ่มเติมอีกร้อยละ 36
4. ระบบการนำผลขาดทุนไปหักกำไรในอนาคตสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีก่อนหน้าไม่เกิน 9 รอบระยะเวลาบัญชีมาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล (Loss Carry Forward)


มาตรการภาษีเงินได้นิติบุคคล(Corporate Income Tax)
           การเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลนั้นเก็บ ในอัตราร้อยละ 25 (200,000 ยูโรแรกเก็บในอัตราร้อยละ 20) จากอัตราดังกล่าว จะเห็นได้ว่าไม่แตกต่างกันมาก กับอัตราการเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลของ ประเทศอื่นๆ และไม่น่าจะสามารถดึงดูดการลงทุนได้มาก

มาตรการเกี่ยวกับภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax)
           เนเธอร์แลนด์ถือเป็นประเทศที่ให้สิทธิประโยชน์เกี่ยวกับภาษีหัก ณ ที่จ่ายมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นโดยสามารถสังเกตได้ว่ากฎหมายเนเธอร์แลนด์ไม่มีการกำหนดการเก็บภาษีหัก ณ ที่จ่าย สำหรับดอกเบี้ย (Interest) ค่าสิทธิ (Royalties) และเงินปันผล (Dividend) ในกรณีที่จ่ายเงินออกไปต่างประเทศ

ข้อตกลงทางภาษี โครงสร้างภาษี และข้อกำหนดต่าง ๆ ที่เอื้อต่อ การลงทุนจดทะเบียน
เนเธอร์แลนด์เป็นหนึ่งในประเทศ ที่มีความร่วมมือกับต่างประเทศในเรื่องภาษีและมีความก้าวหน้าในการวางแผนภาษีดังจะเห็นได้จาก
           1. มีการทำอนุสัญญาเพื่อการยกเว้นการเก็บภาษีซ้อน (Double Tax Agreement : DTA) ถึง 90 ประเทศ (รวมประเทศไทยด้วย)
           2. มีการทำสัญญาความตกลง เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน (Bilateral Investment Treaties) มากถึงกว่า 100 ประเทศ โดยอนุสัญญาดังกล่าวคือ ความตกลงเกี่ยวกับการให้ความคุ้มครองภายหลังจากการเข้ามาจัดตั้งการลงทุนในประเทศแล้ว
           3. มีการใช้ระบบยื่นภาษีแบบกลุ่มกิจการได้ (Consolidate Tax Return) เพื่อบรรเทาภาระภาษีของผู้เสียภาษี
           4. การจดทะเบียน Holding Company ในเนเธอร์แลนด์ไม่มี ข้อจากัดในการถือหุ้นต่างชาติ
           5. เนเธอร์แลนด์มีการส่งเสริม ให้ผู้ประกอบการใช้ระบบการวางแผนล่วงหน้า (Advance Tax Ruling) ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการนั้นทราบข้อกำหนดและเงื่อนไขในการคำนวณ การเสียภาษีล่วงหน้า

ที่มา : สำนักนโยบายภาษี สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง       


กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก http://www.dft.go.th

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก http://www.ditp.go.th

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก http://www.dtn.go.th

กระทรวงการต่างประเทศ.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก http://www.mfa.go.th

ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทย (ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก http://www.thaibiz.net/th/market/Netherlands

Global Trade Atlas .(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก http://www.gtis.com/gta

ฐานเศรษฐกิจ.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก http://www.thansettakij.com/