ชื่อเต็ม                               สาธารณรัฐจีน (Republic of China)

ที่ตั้ง                                  ตั้งอยู่ระหว่างทะเลจีนตะวันออกและทะเลจีนใต้ ห่างจากจีนแผ่นดินใหญ่ประมาณ 160 ก.ม. (ตรงข้ามมณฑลฝูเจี้ยนของจีน) ประกอบด้วยเกาะหลักๆ ได้แก่ เกาะไต้หวัน หมู่เกาะเผิงหู (Penghu) จินเหมิน (Kinmen) และหมาจู่ (Matsu) และเกาะเล็กเกาะน้อยอื่น ๆ อีกจำนวนหนึ่ง ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์อยู่ระหว่างละติจูดที่ 23 30 องศาเหนือ ลองติจูดที่ 121 00 องศาตะวันออก

พื้นที่                                 36,000 ตารางกิโลเมตร

ภูมิประเทศ                          พื้นที่ของเกาะมีลักษณะทอดยาวจากเหนือลงใต้ มีแนวภูเขาอยู่บริเวณตรงกลางของเกาะ เนื้อที่ 2 ใน 3 ของเกาะไต้หวันเป็นภูเขา และมีพื้นที่ราบ 1 ใน 3 ของพื้นที่ทั้งหมดของเกาะ ภูเขาที่สูงที่สุดของเกาะมีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 3,990 เมตร นอกจากนี้ยังมีหมู่เกาะเผิงหู (Penghu) เกาะจินเหมิน (kimmen) เกาะหมาจู่ (matsu) และเกาะเล็กเกาะน้อยอีกจำนวนหนึ่ง

อาณาเขตติดต่อ                     ติดกับทะเลจีน ตะวันออก (the East China Sea) ทะเลฟิลิปปินส์ (Philippine Sea) ทะเลจีนใต้ (South China Sea) ช่องแคบไต้หวัน (Taiwan Strait) ตอนเหนือของฟิลิปปินส์ และชายฝั่งด้านตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศจีน

ภูมิอากาศ                           เกาะไต้หวันตั้งอยู่ระหว่างเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน จึงมีลักษณะภูมิอากาศแบบเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน เนื่องจากถูกล้อมรอบด้วยทะเล จึงได้รับอิทธิพลจากลมมรสุม ทำให้ที่นี่อากาศเย็นสบาย ไม่ร้อนหรือหนาวเกินไป อุณหภูมิโดยเฉลี่ย 22 องศาเซลเซียสต่อปี (ไม่รวมพื้นที่ๆ อยู่บนยอดเขาสูง) อาจมีหิมะในพื้นที่ๆ อยู่เหนือระดับน้ำทะเล 3,000 เมตร ขึ้นไป มีฝนตกชุกและมีพายุพัดผ่านบ่อยครั้ง

เมืองหลวง                          ไทเป

เมืองสำคัญ                          เกาสง, จีหลง, ไทจง ,ซินจู๋

เวลา                                 เร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง

ประชากร                           ประมาณ 23.5 ล้านคน (ปี 2016)

ศาสนา                               พุทธมหายาน ขงจื้อ เต๋า ประมาณ 93% คริสต์ 4.5% อื่นๆ 2.5% 

ภาษาราชการ                       ภาษาจีนกลาง

สกุลเงิน                              ดอลลาร์ไต้หวันใหม่ (NT$) (TWD)

GDP (US$bn)                     588.277 (ปี 2018F)

GDP per capita (US$)          24,889.460 (ปี 201F)

GDP Growth (%)                 1.865 (ปี 2018F)

Inflation (%)                      1.4 (ปี 2018F)


ยุทธศาสตร์

1. ส่งเสริมใช้โอกาสจากนโยบาย Creative Economyและ Digital Economy

- ธุรกิจบริการ: Digital Content / การ์ตูน / Animation / Games

- Internet of

2. ร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร ในการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทยและขยายตลาด

3. Demand-Driven ผลักดันเศรษฐกิจสู่ชุมชนผ่านเครือข่าย HTAs

กิจกรรมส่งเสริมการค้างบประมาณปี 2561

1. ส่งเสริมการขายสินค้าอาหารและเกษตรอาหารแปรรูปในไต้หวัน

2. เข้าร่วมงานแสดงสินค้า Taipei International Book Exhibition (TIBE) 2018

3. โครงการส่งเสริมภาพยนตร์ไทยในไต้หวันร่วมกับเทศกาลภาพยนตร์ Taipei Golden Horse Film


ตารางมูลค่าการค้ารวมของไต้หวัน

การค้า

มูลค่า (ล้านเหรียญสหรัฐฯ)

อัตราการขยายตัว (%)

2015

2016

2017

% Change

2016/2015

% Change

2017/2016

การค้ารวม

491,421

487,143

551,017

-0.87

13.11

การส่งออก

263,956

257,115

292,008

-2.59

13.57

การนำเข้า

227,465

230,028

259,009

1.13

12.60

ที่มา: Global Trade  Atlas


ในปี 2017 ไต้หวันมีมูลค่าการค้าระหว่างประเทศรวม 551,017 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยแบ่งออกเป็นมูลค่าการส่งออกเท่ากับ 292,008 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้าส่งออก ได้แก่ เครื่องจักร เครื่องอุปกรณ?ไฟฟ?า เครื่องปฏิกรณ?นิวเคลียร? พลาสติกและของที่ทําด?วยพลาสติก เป็นต้น ตลาดส่งออกหลักที่สำคัญ อาทิ ตลาดจีน  ฮ่องกง และสหรัฐอเมริกา เป็นต้น ด้านการนำเข้าคิดเป็นมูลค่า 259,009 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องจักร เครื่องอุปกรณ?ไฟฟ?า เชื้อเพลิงที่ได้จากแร่ น้ำมันแร่ และเครื่องปฏิกรณ?นิวเคลียร์ เป็นต้น โดยมีจีน ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา เป็นแหล่งนำเข้าที่สำคัญ


ตารางประเทศคู่ค้าสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไต้หวัน 10 อันดับแรก ปี 2017

ไต้หวันส่งออกไปยังประเทศคู่ค้า 10 อันดับแรก

ปี 2017

ประเทศ

มูลค่า

(ล้านเหรียญสหรัฐ)

+/- (%)

ส่วนแบ่งตลาด (%)

1.จีน

39,144

26.03

27.61

2.ฮ่องกง

28,873

6.69

20.36

3.สหรัฐอเมริกา

13,631

11.51

9.61

4.สิงคโปร์

13,563

15.85

9.57

5.ญี่ปุ่น

8,451

4.85

5.96

6.เกาหลีใต้

8,425

6.76

5.94

7.มาเลเซีย

6,290

43.55

4.44

8.ฟิลิปปินส์

3,271

21.84

2.31

9.เยอรมนี

2,890

9.49

2.04

10.ไทย

2,062

29.49

1.45

ที่มา: Global Trade  Atlas


การส่งออกชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไต้หวัน ในปี 2017 ไต้หวันส่งออกไปยังจีนมากเป็นอันดับ 1 โดยมีมูลค่า 39,144 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 27.61 โดยมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 26.03 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่ไต้หวันส่งออกไปยังจีน เช่น วงจรรวมและ       ไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) ส่วนประกอบเครื่องรับโทรทัศน์(สายอากาศ,ตู้วิทยุหรือโทรทัศน์) และไดโอด ทรานซิสเตอร์และอุปกรณ์กึ่งตัวนำ เป็นต้น อันดับ 2 คือ ฮ่องกง ไต้หวันส่งออกไปยังฮ่องกง มูลค่า 28,873ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 20.36 โดยมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 6.69 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่ไต้หวันส่งออกไปยังฮ่องกง เช่น วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) ไดโอด ทรานซิสเตอร์และอุปกรณ์กึ่งตัวนำ และเทปแม่เหล็กและจานแม่เหล็ก,แผ่น CD สำหรับบันทึกเสียง,ภาพ เป็นต้น และอันดับ 3 คือ สหรัฐอเมริกา ไต้หวันส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา มูลค่า 13,631 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 9.61 โดยมีอัตราขยายตัวร้อยละ 11.51 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่ไต้หวันส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา เช่น อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องคอมพิวเตอร์ ครบชุด,Notebook,palm และวงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) เป็นต้น ในขณะที่ไต้หวันส่งออกสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไปยังไทยมากเป็นอันดับที่ 10 โดยมีมูลค่า 2,062 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 1.45 โดยมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 29.49 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่ไต้หวันส่งออกไปยังไทย เช่น วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) ส่วนประกอบเครื่องรับโทรทัศน์(สายอากาศ,ตู้วิทยุหรือโทรทัศน์) และวงจรพิมพ์ (Printed Circuit) เป็นต้น


ตารางมูลค่าการส่งออกรายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไต้หวัน 10 อันดับแรก

        

สินค้า

มูลค่า

(ล้านเหรียญสหรัฐฯ)

อัตราการขยายตัว (%)

2015

2016

2017

2017

1.วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit)

63,777

72,510

86,163

18.83

2.ส่วนประกอบเครื่องรับโทรทัศน์(สายอากาศ,ตู้วิทยุหรือโทรทัศน์)

6,983

7,453

8,988

20.60

3.อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์

7,097

6,731

7,552

12.20

4.ไดโอด ทรานซิสเตอร์และอุปกรณ์กึ่งตัวนำ

7,679

6,888

6,123

-11.11

5.วงจรพิมพ์ (Printed Circuit)

5,424

4,894

5,520

12.79

6.เทปแม่เหล็กและจานแม่เหล็ก,แผ่น CD สำหรับบันทึกเสียง

4,499

4,544

4,675

2.88

7.เครื่องคอมพิวเตอร์ครบชุด,Notebook,palm

1,285

1,776

2,452

38.06

8.อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการส่งหรือการรับ เปลี่ยนเสียง ภาพ

1,359

1,554

2,381

53.22

9.เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับตัดต่อป้องกันวงจรไฟฟ้า

2,171

2,102

2,325

10.61

10.Mobile Telephone

2,310

2,110

1,827

-13.41

รวมมูลค่าการส่งออกทั้งหมด

117,851

123,112

141,796

15.18

ที่มา: Global Trade  Atlas

 

จากตารางมูลค่าการส่งออกรายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไต้หวัน 10 อันดับแรก พบว่า การส่งออกของไต้หวันในปี 2017 มีมูลค่าการส่งออกสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์รวม 141,796 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งมีการขยายตัวร้อยละ 15.18 ไต้หวันส่งออกวงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) มากที่สุดเป็นอันดับที่ 1 มีมูลค่า 86,163 ล้านเหรียญสหรัฐ  มีอัตราการขยายตัวร้อยละ 18.83 อันดับ 2 ได้แก่ ส่วนประกอบเครื่องรับโทรทัศน์(สายอากาศ,ตู้วิทยุหรือโทรทัศน์) โดยมีมูลค่าการส่งออก 8,988 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีอัตราการขยายตัวร้อยละ 20.60 และอันดับ 3 ได้แก่ อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ มูลค่าการส่งออก 7,552 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีอัตราการขยายตัวร้อยละ 12.20 เนื่องจากผู้บริโภคมีความต้องการเพิ่มขึ้น


ตารางประเทศคู่ค้าสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไต้หวัน 10 อันดับแรก ปี 2017

ไต้หวันนำเข้าจากประเทศคู่ค้า 10 อันดับแรก

ปี 2017

ประเทศ

มูลค่า

(ล้านเหรียญสหรัฐ)

+/- (%)

ส่วนแบ่งตลาด (%)

1.จีน

26,634

22.10

30.90

2.ญี่ปุ่น

14,071

-4.04

16.33

3.เกาหลีใต้

8,862

29.72

10.28

4.สหรัฐอเมริกา

8,835

7.07

10.25

5.สิงคโปร์

5,856

8.97

6.79

6.มาเลเซีย

3,120

12.57

3.62

7.เนเธอร์แลนด์

2,432

-20.26

2.82

8.เยอรมนี

1,856

2.74

2.15

9.ไทย

1,645

11.20

1.91

10.ฟิลิปปินส์

1,626

10.49

1.89

ที่มา: Global Trade  Atlas

 

จากตาราง ประเทศคู่ค้าสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไต้หวัน 10 อันดับแรก ปี 2017 พบว่า ไต้หวันนำเข้าชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากจีนมากเป็นอันดับ 1 มูลค่า 26,634 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 30.90 โดยมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 22.10 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่ไต้หวันนำเข้าจากจีน เช่น วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ และ Mobile Telephone เป็นต้น อันดับ 2 คือ ญี่ปุ่น ไต้หวันนำเข้าชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากญี่ปุ่น มูลค่า 14,071 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 16.33 โดยมีอัตราการหดตัวร้อยละ 4.04 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่ไต้หวันนำเข้าจากญี่ปุ่น เช่น วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับตัดต่อป้องกันวงจรไฟฟ้า และไดโอด ทรานซิสเตอร์และอุปกรณ์กึ่งตัวนำ เป็นต้น และอันดับ 3 คือ เกาหลีใต้ ไต้หวันนำเข้าชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากเกาหลีใต้ มูลค่า 8,862 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 10.28 โดยมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 29.72 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่ไต้หวันนำเข้าจากเกาหลีใต้ เช่น วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) วงจรพิมพ์ (Printed Circuit) และอุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นต้น ในขณะที่ไทยเป็นประเทศอันดับ 9 ที่ไต้หวันนำเข้าสินค้า โดยมีมูลค่า 1,645 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 1.91 โดยมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 11.20 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่ไต้หวันนำเข้าจากไทย เช่น วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ และส่วนประกอบเครื่องปรับอากาศ เป็นต้น


ตารางมูลค่าการนำเข้ารายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไต้หวัน 10 อันดับแรก

 

สินค้า

มูลค่า

(ล้านเหรียญสหรัฐฯ)

อัตราการขยายตัว (%)

2015

2016

2017

2017

1.วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit)

31,569

36,282

43,522

19.95

2.อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์

3,622

4,186

5,457

30.36

3.Mobile Telephone

3,326

2,758

3,303

19.76

4.ไดโอด ทรานซิสเตอร์และอุปกรณ์กึ่งตัวนำ

2,757

2,911

2,896

-0.52

5.เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับตัดต่อป้องกันวงจรไฟฟ้า

2,235

2,265

2,509

10.77

6.ส่วนประกอบเครื่องรับโทรทัศน์(สายอากาศ,ตู้วิทยุหรือโทรทัศน์)

1,565

1,573

1,812

15.19

7.วงจรพิมพ์ (Printed Circuit)

1,465

1,423

1,543

8.43

8.ตัวเก็บประจุไฟฟ้า (CAPACITOR),Resistor

901

1,250

1,387

10.96

9.เครื่องคอมพิวเตอร์ ครบชุด,Notebook,palm

1,097

1,068

1,252

17.23

10.เทปแม่เหล็กและจานแม่เหล็ก,แผ่นCD สำหรับบันทึกเสียง,ภาพ

649

797

1,006

26.22

รวมมูลการค่านำเข้าทั้งหมด

68,103

77,402

86,182

11.34

ที่มา: Global Trade  Atlas


จากตารางมูลค่าการนำเข้ารายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไต้หวัน 10 อันดับแรก พบว่า ในปี 2017 ไต้หวันมีมูลค่าการนำเข้าสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์รวม 86,182 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 11.34 โดยนำเข้าวงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) มากเป็นอันดับ 1 มีมูลค่า 43,522 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีอัตราการขยายตัวร้อยละ 19.95 สินค้าที่ไต้หวันนำเข้าอันดับ 2 ได้แก่ อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยมีมูลค่า 5,457 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีอัตราการขยายตัวร้อยละ 30.36 และสินค้าที่ไต้หวันนำเข้าอันดับ 3 ได้แก่ Mobile Telephone โดยมีมูลค่า 3,303 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีอัตราการขยายตัวร้อยละ 19.76

ไต้หวัน มีการนำเข้าสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากประเทศต่างๆ เพื่อส่งออกต่อไปยังจีน รวมถึงมีการนำเข้าชิ้นส่วนต่างๆ เพื่อประกอบเป็นสินค้าสำเร็จรูปและส่งออกไปยังต่างประเทศ



ตารางมูลค่าการส่งออกรายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 10 อันดับแรกที่ไทยส่งออกไปยังไต้หวัน

               

ผลิตภัณฑ์

มูลค่า

(ล้านเหรียญสหรัฐฯ)

อัตราการขยายตัว (%)

2015

2016

2017

2016

2017

1.วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit)

442.72

468.23

568.39

5.76

21.39

2.เครื่องปรับอากาศ

181.50

164.62

190.65

-9.30

15.81

3.อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์

197.63

185.06

157.48

-6.36

-14.90

4.ตัวเก็บประจุไฟฟ้า (CAPACITOR),Resistor

53.85

50.96

54.73

-5.37

7.40

5.ไดโอด ทรานซิสเตอร์และอุปกรณ์กึ่งตัวนำ

34.80

31.19

40.56

-10.37

30.04

6.เครื่องโทรศัพท์ และอุปกรณ์

2.77

13.26

33.48

378.70

152.49

7.แผงสวิตซ์และแผงควบคุมกระแสไฟฟ้า

28.64

27.17

31.12

-5.13

14.54

8.เครื่องซักผ้า

19.39

18.80

19.60

-3.04

4.26

9.เครื่องอุปกรณ์สําหรับป้องกันวงจรไฟฟ้า

16.25

16.35

18.35

0.62

12.23

10.ตู้เย็น ใช้ตามบ้านเรือน

17.08

16.10

18.28

-5.74

13.54

รวมมูลค่าส่งออกทั้งหมด

1,177.68

1,187.99

1,296.32

0.88

9.12

ที่มา: ศูนย์ข้อมูลเชิงลึกอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ )E&E Intelligence Unit: EIU) สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

 

จากตารางมูลค่าการส่งออกรายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทยไปยังไต้หวัน 10  อันดับแรก แสดงให้เห็นว่า ในปี 2017 ไทยส่งออกสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไปยังไต้หวัน คิดเป็นมูลค่าส่งออกทั้งหมด 1,296.32 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีอัตราการขยายตัวร้อยละ 9.12 โดยสินค้าส่งออกอันดับ 1 ได้แก่ วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) มีมูลค่าการส่งออก 568.39 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 21.39 สินค้าส่งออกอันดับ 2 ได้แก่ เครื่องปรับอากาศ มีมูลค่าการส่งออก 190.65 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 15.81 และสินค้าส่งออกอันดับ 3 ได้แก่ อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ มีมูลค่าการส่งออก 157.48 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราการหดตัวร้อยละ 14.90 ซึ่งลักษณะการส่งออกของไทยไปไต้หวันเป็นการส่งออกชิ้นส่วนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเพิ่มมูลค่าสินค้าต่อไป


ตารางมูลค่าการนำเข้ารายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 10 อันดับแรกที่ไทยนำเข้าจากไต้หวัน

      

ผลิตภัณฑ์

มูลค่า

(ล้านเหรียญสหรัฐฯ)

อัตราการขยายตัว (%)

2015

2016

2017

2016

2017

1.วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit)

2,455.66

2,291.86

3,013.04

-6.67

31.47

2.วงจรพิมพ์ (Printed Circuit)

161.52

107.73

110.36

-33.30

2.44

3.ส่วนประกอบของเครื่องส่ง/เครื่องรับวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์

57.64

68.11

108.77

18.16

59.70

4.เทปแม่เหล็กและจานแม่เหล็ก,แผ่น CD

56.66

49.99

70.84

-11.77

41.71

5.อุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์

65.17

58.04

68.51

-10.94

18.04

6.ไดโอด ทรานซิสเตอร์ กลอุปกรณ์กึ่งตัวนํา

66.67

101.92

60.11

52.87

-41.02

7.แผงสวิตซ์และแผงควบคุมกระแสไฟฟ้า

59.15

46.45

50.70

-21.47

9.15

8.เครื่องอุปกรณ์สําหรับป้องกันวงจรไฟฟ้า

42.73

51.45

41.78

20.41

-18.79

9.เครื่องอุปกรณ์สำหรับการส่งหรือการรับเสียง ภาพ

21.56

24.55

34.98

13.87

42.48

10.ตัวเก็บประจุไฟฟ้า(Capacitor),ตัวต้านทานไฟฟ้า

31.70

29.54

32.05

-6.81

8.50

รวมมูลค่านำเข้าทั้งหมด

3,384.39

3,132.85

3,869.33

-7.43

23.51

ที่มา: ศูนย์ข้อมูลเชิงลึกอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ )E&E Intelligence Unit: EIU)

สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์


จากตารางมูลค่าการนำเข้ารายผลิตภัณฑ์ของสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทยจากไต้หวัน 10  อันดับแรก แสดงให้เห็นว่า ในปี 2017 ไทยนำเข้าสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากไต้หวัน คิดเป็นมูลค่านำเข้าทั้งหมด 3,869.33 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีอัตราการขยายตัวร้อยละ 23.51 โดยสินค้านำเข้าอันดับ 1 ได้แก่ วงจรรวมและไมโครแอสแซมบลี (Integrated Circuit) โดยมีมูลค่าการนำเข้า 3,013.04 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 31.47 อันดับ 2 ได้แก่ วงจรพิมพ์ (Printed Circuit) โดยมีมูลค่าการนำเข้า 110.36 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 2.44 และสินค้าที่ไทยนำเข้าจากไต้หวันมากเป็นอันดับ 3 ได้แก่ ส่วนประกอบของเครื่องส่ง/เครื่องรับวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ โดยมีมูลค่า 108.77 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 59.70 ซึ่งลักษณะการนำเข้าสินค้าชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทยจากไต้หวัน จะเป็นการนำเข้าเพื่อผลิตและประกอบต่อในไทย เนื่องจากไทยยังคงเป็นฐานการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญของอาเซียน


จุดแข็ง (Strength)

1. มีระบบเศรษฐกิจที่มั่นคง การขยายตัวทางเศรษฐกิจอยู่ในเกณฑ์ดี และจากการที่รัฐบาลดำเนินนโยบายเป็นมิตรกับจีนแผ่นดินใหญ่ส่งผลให้การติดต่อธุรกิจราบรื่นมากยิ่งขึ้นผู้ประกอบการไทยสามารถอาศัยไต้หวันเป็นทางผ่านในการเข้าสู่ตลาดจีนได้ง่ายขึ้น

2. มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาประเทศไทยเป็นจำนวนมากในแต่ละปี

3. มีความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีและการวิจัย

4. มีผู้ประกอบการ SMEs เป็นจำนวนมาก

จุดอ่อน (Weakness)

1. ไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตโดยตรง

2.แม้รัฐบาลชุดปัจจุบันจะมีนโยบายสร้างความสัมพันธ์กับจีนแต่ก็ยังคงมีปัญหาในระดับประเทศอยู่ ทำให้ประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีนต้องให้ความระมัดระวังในการเจริญสัมพันธ์ด้วย นอกจากนี้การตัดสินใจใดๆของไต้หวันในการเปลี่ยนแปลงสถานะของประเทศ อาจก่อให้เกิดปัญหาด้านความมั่นคงในเอเชียแปซิฟิคได้

3. ใช้มาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (NTB) กับสินค้าเกษตรจำนวนมาก

4. ไม่ได้รับโอกาสให้เข้าร่วมการจับกลุ่มทางการค้า เช่น การทำเขตการค้าเสรี ASEAN+3 ทำให้สูญเสียโอกาสในการเข้าร่วมธุรกิจและขาดสิ่งอำนวยความสะดวกทางการค้า

5. ผู้ประกอบการบางส่วนยังคงใช้แต่ภาษาจีนในการติดต่อธุรกิจ

โอกาส (Opportunity)

1. ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติ ทำให้การผลิตและการบริโภคต้องพึ่งพาการนำเข้า

2. ประชาชนนิยมจับจ่ายใช้สอย

3. มีแรงงานไทยและอาเซียนเข้ามาทำงาน โดยเฉพาะแรงงานไทยที่มีมากกว่าหกหมื่นคน และแรงงานไทยยังคงมีความต้องการบริโภคสินค้าไทย

4. มีธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเป็นจำนวนมากทำให้สามารถจับคู่ทางธุรกิจกับผู้ส่งออกไทยได้ง่าย

5. มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาประเทศไทยเป็นจำนวนมากในแต่ละปีทำให้ผู้บริโภคมีความคุ้นเคยและรู้จักสินค้าไทยเป็นอย่างดี

6. มีการติดต่อธุรกิจกับไทยเป็นเวลายาวนานและไม่ค่อยมีกรณีพิพาททางการค้า

อุปสรรค (Threats )

1. มักนำมาตรการกีดกันทางการค้ามาเป็นเครื่องมือเพื่อต่อรองทางการเมือง

2. มีอุปสรรคในการติดต่อเจรจากับภาครัฐ

3. ตลาดเล็ก มีการแข่งขันด้านราคาสูงทำให้ผู้นำเข้าต้องหันมากดราคาจากผู้ส่งออก

4. มีธุรกิจขนาดกลางและย่อมเป็นจำนวนมากทำให้การสั่งซื้อแต่ละครั้งไม่ใช่ยอดที่สูงมากนัก

5. มีปัญหาด้านการลอกเลียนแบบสินค้า

6. มีคู่แข่งในสินค้าเดียวกันมาก เช่น จีน เวียดนาม อินโดนีเซีย

7. นักธุรกิจคุ้นเคยกับสินค้าไทยมากจนสามารถ มาตั้งบริษัทเป็นผู้ส่งออกได้เองในไทย

8. ผู้บริโภคไต้หวันส่วนใหญ่เห็นว่าสินค้าไทยเป็นของราคาถูก


ประเด็นการจัดทำความตกลงทวิภาคีต่างๆกับไต้หวัน 

ไต้หวันได้พยายามผลักดันความสัมพันธ์ทวิภาคีกับไทยระหว่างหน่วยงานภาครัฐมาตลอด ได้แก่ 

1. การลงนาม ATA Carnet Agreement (ความตกลงว่าด้วยการนําเข้าสินค้าผ่านศุลกากรชั่วคราว) ขณะนี้สองฝ่ายอยู่ระหว่างการพิจารณาภาคผนวกของร่างความตกลงตามแนวทางอนุสัญญา ศุลกากรว่าด้วยเอกสารค้ำประกันที่นําของเข้าชั่วคราว และจะได้มีการลงนามโดยผู้อำนวยการสํานักงานเศรษฐกิจการค้าของทั้งสองฝ่ายต่อไป 

2. ความตกลงว่าด้วยการยกเว้นภาษีซ้อนและป้องกันการเลี่ยงรัษฎากรได้มีการลงนามไปเมื่อปี 1999 แต่ความตกลงฯ ยังไม่มีผลบังคับใช้ โดยในปัจจุบันกรมสรรมพากร กระทรวงการคลัง อย่รูะหว่างการดําเนินการขั้นตอนภายในประเทศ เพื่อเตรียมเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป 

3. การศึกษาความเป็นไปได้ของการจัดทําความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทย-ไต้หวัน ไต้หวันผลักดันประเด็นการศึกษาความเป็นไปได้ในการทําความร่วมมือทางเศรษฐกิจมาตลอด โดยแสดงเจตนารมณ์ต้องการทํา FTA กับไทย ทั้งนี้ จากการหารือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนเห็นชอบให้กระทรวงพาณิชย์จัดทําการศึกษาร่วม (Joint Feasibility Study) ความเป็นไปได้ในการทําความร่วมมือ ทางเศรษฐกิจระหว่างไทย-ไต้หวัน เนื่องจากไต้หวันมีจุดแข็งในหลายสาขาเศรษฐกิจที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อไทย (โดยขอบเขตของการทําโครงการศึกษาฯ ดังกล่าวนี้ จะไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นการจัดทําเขตการค้าเสรี (FTAs) และเป็นไปในลักษณะ low profile เพื่อมิให้เป็นจุดสนใจของจีนและสาธารณชนของไทย  ฝ่ายไทยโดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ร่วมกับสถาบันจงหัวของไต้หวัน เป็นผู้จัดทําการศึกษา โครงการศึกษาฯ ข้างต้น โดยมีกําหนดระยะเวลา 14 เดือน โดยแบ่งความรับผิดชอบด้านงบประมาณ  ในสัดส่วน 70:30 ศึกษาในสาขาความร่วมมือด้านเศรษฐกิจการค้าที่ทั้งสองฝ่ายมีศักยภาพ ได้แก่ 1) ด้านการอํานวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุน 2) ด้านการค้าสินค้าเกษตร 3) ด้าน SMEs  4) ด้านเทคโนโลยีสีเขียว 5) ด้านทรัพย์สินทางปัญญา 6) ด้านเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์  (Creative Economy) 7) ด้านนโยบายแรงงาน ซึ่งขณะนี้การศึกษาดังกล่าวได้เสร็จสมบรูณ์แล้ว


ปัญหาอุปสรรคทางการค้า 

1.เนื่องจากไทยไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวัน ทําให้การติดต่อดําเนินการต่างๆ ไม่สามารถใช้กลไกทางการทูตได้ ความสัมพันธ์ส่วนใหญ่จึงเป็นด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนระหว่างภาคเอกชน 

2.ไต้หวันมีการใช้มาตรการปกป้องทางการค้า เช่น การเก็บภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด  (Anti-dumping)
การกําหนดมาตรการพิเศษ (
Special Safeguard - SPS) การกําหนดโควตาภาษี (Tariff -2- Quota - TRQ) เป็นต้น ซึ่งสินค้าไทยที่เคยถูกไต่สวนการทุ่มตลาด ได้แก่ กระดาษพิมพ์เขียน ลวดเหล็ก เกลียวที่ใช้ในการก่อสร้าง แต่ผลการไต่สวนขั้นสุดท้ายสรุปว่าไทยไม่มีการทุ่มตลาดจึงรอดพ้นจากการถูกเก็บเก็บภาษีตอบโต้ ทั้งนี้มาตรการที่เป็นอุปสรรคในปัจจุบัน คือ มาตรการด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS) ซึ่งใช้จํากัดการนําเข้าสินค้าเกษตร เกษตรแปรรูป ปศุสัตว์ โดยอ้างเหตุผลด้านสุขอนามัยและการกักกันโรคพืช และสัตว์ 

กฎระเบียบอื่นๆที่มีผลกระทบต่อการค้า

          - การแสดงเครื่องหมาย หีบห่อ และการปิดฉลากสินค้าประเภทอาหาร จะต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับ บริษัทผู้ผลิต วันที่ผลิต วันหมดอายุ และบริษัทผู้นำเข้าสินค้าบางประเภท (เช่น เฟอร์นิเจอร์) บนตัวสินค้า

          - Fair Trade Law เริ่มใช้เมื่อกุมภาพันธ์ 1992 เพื่อป้องกันการผูกขาด และการแข่งขันทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการปลอมปนและการแจ้งรายละเอียดไม่ตรงในเรื่องราคา คุณภาพ ปริมาณ วันผลิต วิธีการผลิต แหล่งผลิต และผลผลิต ข้อกำหนดนี้ใช้บังคับกับตัวผลิตภัณฑ์และโฆษณา ซึ่งผู้จัดทำโฆษณาจะต้องรับผิดต่อโฆษณาที่ไม่ถูกต้อง หรือหลอกลวงผู้บริโภค

 ระเบียบว่าด้วยการนำเข้าเกี่ยวกับการทุ่มตลาดและการกำหนดราคาขั้นต่ำ

          - กฎหมายศุลกากรของไต้หวัน ได้กำหนดให้ไต้หวันสามารถใช้ภาษีตอบโต้การอุดหนุนและตอบโต้การทุ่มตลาดสำหรับสินค้าที่ได้รับการร้องเรียนจากผู้ประกอบการว่าทำให้อุตสาหกรรมภายในประเทศเกิดความเสียหายเนื่องจากผู้ส่งออกได้รับเงินรางวัล หรือเงินอุดหนุนในการส่งออก หรือมีการกำหนดราคาขั้นต่ำกว่าความเป็นจริงเพื่อทุ่มตลาด

          - ไต้หวันมีกฎหมาย “Implementing Regulation on The Imposition of Countervailing and Antidumping Duties” กำหนดวิธีการให้ผู้ได้รับผลกระทบจากสินค้านำเข้าสามารถยื่นคำร้องเพื่อขอให้สืบสวนได้โดยการยื่นหลักฐานต่างๆ (เช่น สถิติการดำเนินการของผู้ยื่นคำร้อง สถิติการนำเข้า เป็นต้น) ต่อกระทรวงการคลังของไต้หวัน


มาตรการภาษีของไต้หวัน

(1) อัตราภาษีศุลกากรที่ผูกพันไว้ภายใต้ WTO และอัตราภาษี MFN ที่เรียกเก็บจริง

          ไต้หวันมีรายการสินค้าตามพิกัดอัตราศุลกากรภายใต้ระบบ HS 2002 ระดับ HS แปดหลักทั้งสิ้น 8,839 รายการ โดยในปี 2549 อัตราภาษีศุลกากรทั้งหมดของไต้หวันเป็นไปตามที่ผูกพันภายใต้ WTO ทั้งนี้ อัตราภาษีผูกพันสุดท้าย (Final Bound Rate) ใน WTO สำหรับรายการสินค้าทั้งหมดของไต้หวันเฉลี่ยร้อยละ 6.6 อัตราภาษีผูกพันสำหรับสินค้าเกษตรเฉลี่ยร้อยละ 18.3 และอัตราภาษีผูกพันสำหรับสินค้าที่ไม่ใช่สินค้าเกษตรเฉลี่ยร้อยละ 4.8 ซึ่งอัตราภาษี MFN ที่เรียกเก็บจริงของไต้หวันในปี 2549 สำหรับรายการสินค้าทั้งหมด รายการสินค้าเกษตร และรายการสินค้าที่ไม่ใช่สินค้าเกษตร เฉลี่ยร้อยละ 6.4, 17.5, และ 4.7 ตามลำดับ

(2) Preferential duty

          ในปี 2548 ไต้หวันมีการให้ Preferential duty แก่ประเทศปานามาเท่านั้นภายใต้เขตการค้าเสรีไต้หวัน-ปานามา โดยอัตราภาษีที่เรียกเก็บจริงของไต้หวันสำหรับรายการสินค้าทั้งหมดเฉลี่ยร้อยละ 3.9 และเฉลี่ยร้อยละ 17.9 สำหรับสินค้าเกษตร และร้อยละ 1.2 สำหรับสินค้าอุตสาหกรรม ทั้งนี้ ร้อยละ 97 ของพิกัดอัตราศุลกากรทั้งหมดจะลดเหลือ 0 ภายในปี 2014

(3) Tariff Escalation